เทคนิคที่มิจฉาชีพใช้
1. สร้างเพจปลอม หรือแฝงตัวในกลุ่มโซเชียล
มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทนายความ หรือหน่วยงานช่วยเหลือผู้เสียหาย พร้อมสร้างเพจปลอมและเข้าร่วมกลุ่มแชตออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อค้นหาเหยื่อที่กำลังถูกหลอก
2. ติดต่อเหยื่อโดยตรง อ้างว่าสามารถช่วยตามเงินคืนได้
มิจฉาชีพติดต่อเหยื่อเพื่อเสนอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่ามีช่องทางพิเศษหรือสามารถติดตามเงินคืนให้ได้
3. ส่งเอกสารปลอมสร้างความน่าเชื่อถือ
มิจฉาชีพอาจส่งเอกสารปลอม หนังสือราชการปลอม หรือหลักฐานปลอมต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าสามารถติดตามเส้นทางการเงินได้จริง และสามารถนำเงินจากบัญชีม้าเหล่านั้นมาคืนเหยื่อได้
4. เรียกเก็บค่าดำเนินการและค่าธรรมเนียม
เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อใจ มิจฉาชีพจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม เช่น ค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการโอนคืน หรือค่าเร่งรัดการติดตามทรัพย์สิน
5. อ้างปัญหาระบบ หลอกให้โอนเงินเพิ่มไม่รู้จบ
หลังจากเหยื่อโอนเงินแล้ว มิจฉาชีพมักอ้างว่าระบบขัดข้อง ต้องปลดล็อกบัญชี ตรวจสอบข้อมูล หรือดำเนินการขั้นตอนสุดท้าย และต้องโอนเงินเพิ่มอีก
6. ได้เงินแล้วหายตัวไป
เมื่อมิจฉาชีพได้รับเงินตามต้องการ หรือเมื่อเหยื่อเริ่มสงสัย มิจฉาชีพจะตัดการติดต่อทันที ทำให้เหยื่อสูญเสียเงินซ้ำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจตัวจริง "ไม่ทำสิ่งเหล่านี้" แน่นอน
ไม่ทักแชตส่วนตัวเพื่อคุยเรื่องคดี
ไม่ช่วยตามเงินคืนผ่านแชต
ไม่เรียกเก็บค่าดำเนินการ
ไม่ส่งเอกสารราชการผ่านแชต
ไม่ให้ทำธุรกรรมเพื่อแก้ไขคดี
ไม่เร่งรัด ไม่ข่มขู่ ไม่บีบบังคับ ให้โอนเงิน
หากถูกหลอก ควรทำอย่างไร?
1. หยุดการสนทนา และอย่าโอนเงินเพิ่ม
2. เก็บหลักฐานทั้งหมด เช่น แชตข้อความ รูปภาพ และสลิปการโอนเงิน
3. รีบแจ้งเหตุ ผ่านสายด่วน AOC 1441 หรือแจ้งธนาคาร เพื่อดำเนินการระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด
จำให้ขึ้นใจ!
ถ้ามีใครบอกว่า “เขาเป็นเจ้าหน้าที่ ช่วยตามเงินคืนได้ แต่ต้องโอนเงินก่อน” ให้สงสัยไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
อย่าหลงเชื่อ อย่ารีบโอน ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อซ้ำ!
#KBank #KBankLive #อัปเดตสติป้องกันสตางค์ #สติ #เตือนภัยมิจฉาชีพ #มิจฉาชีพ