48 ชม. ชี้ชะตา! สหรัฐฯ ขู่ถล่มอิหร่าน ทุบตลาดหุ้นโชกเลือด

กดฟัง
หยุด
  • สหรัฐฯ ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz แลกกับการไม่ถูกโจมตีโครงสร้างพลังงาน ส่งผลดัชนีหุ้นเอเชียดิ่งหนัก (KOSPI -5.88%, TOPIX -3.39%) ขณะที่ราคาน้ำมันจ่อทะลุ 120 ดอลลาร์หากสถานการณ์ลุกลาม
  • K WEALTH มอง 3 ฉากทัศน์การลงทุน 1) กรณีคลี่คลาย - ราคาน้ำมันลงเร็ว หุ้นดีดกลับ แนะ "คงการลงทุน" 2) กรณีตึงเครียด (Base Case) ยังมองตลาดผันผวนแต่พื้นฐานไม่พัง แนะสะสม K-GINFRA และถือตราสารหนี้คุณภาพดี 3) กรณีลุกลาม อาจทำให้หุ้นเสี่ยงลบเกิน 10% แนะลดความเสี่ยงหุ้นกลุ่มอ่อนไหว
  • เน้นถือสินทรัพย์ที่กระทบต่ำอย่างกลุ่ม Infrastructure หรือสลับเงินมาพักในตราสารหนี้ระยะสั้นอย่าง K-SF / K-SFPLUS เพื่อรอดูความชัดเจนภายใน 48 ชม. นี้

Market Update

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิด Hormuz ภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หากไม่ปฏิบัติตาม ด้านอิหร่านตอบโต้ว่า หากถูกโจมตี จะพิจารณาปิดช่องแคบ Hormuz และอาจขยายการตอบโต้ไปยังโครงสร้างพลังงานของประเทศที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ


ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

  • WTI: 99.15 (+0.84%)
  • BRENT: 112.83 (+0.57%)
  • Gold Spot: 4,369.95 (-2.73%)
  • Dollar Index: 99.65 (0.00%)
  • Bond Yield: US 2Yr 3.9405 (+0.0404) / US 10Yr 4.4074 (+0.0278) / TH 2Yr 1.3382 (+0.0982) / TH 10Yr 2.0782 (+0.0002)
  • Equity: TOPIX (-3.39%) / HSCEI (-3.05%) / China A50 (-2.32%) / KOSPI (-5.88%) / SET (-1.99%) / BSE200 (-2.37%) / VNI (-2.08%)

อัปเดต ณ 23 มี.ค. เวลา 11:00น.


มุมมองและคำแนะนำการลงทุน

เส้นตาย “48 ชั่วโมง” เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่เพิ่มแรงกดดันระยะสั้น ไม่ใช่เส้นตายของตลาด แต่จะทำให้ตลาดยังผันผวนตามข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดให้น้ำหนักกับ 2 ทิศทางหลัก คือ สถานการณ์ลุกลาม (Escalation) หรือเริ่มคลี่คลาย (De-escalation)


ทาง K WEALTH CIO มองสถานการณ์เป็น 3 ฉากทัศน์


  1. กรณีคลี่คลาย (De-escalation)
  2. ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงเร็ว ตลาดหุ้นฟื้นตัว


    คำแนะนำ: “คงการลงทุน” เพื่อลดความเสี่ยงพลาดโอกาสเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย


  3. กรณีตึงเครียดแต่ควบคุมได้ (Entrenched Conflict)
  4. ตลาดผันผวนในระยะสั้นถึงกลาง แต่ยังไม่เปลี่ยนแนวโน้มหลักที่ผลกระทบมีจำกัด


    คำแนะนำ

    • "คงการลงทุน" ใน Core Portfolio (K-WealthPLUS Series)
    • “คงการลงทุน” สำหรับกองทุน K-GDBOND แม้อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้ Fed เลื่อนการลดดอกเบี้ย แต่ตลาดได้คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยใน scenario ไว้แล้ว ทำให้คาดว่า Yield พันธบัตรจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก และเศรษฐกิจอาจไม่ได้รับผลกระทบมาก กลุ่มตราสารหนี้เอกชน จึงยังสามารถลงทุนต่อไป
    • “คงการลงทุน” สำหรับกองทุนหุ้น K-ATECH, K-INDIA และ K-CHINA
    • "ทยอยสะสม" สำหรับกองทุน K-GINFRA

  5. กรณีลุกลาม (Escalation)
  6. ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นเหนือ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับลงมากกว่า 10% โดยเฉพาะยุโรปและเอเชีย ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์และ Credit Spread ปรับขึ้น ตลาดจะถูกกดดันด้วยการเติบโตที่ชะลอตัว และเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น


    คำแนะนำ

    • "คงการลงทุน" ใน Core Portfolio (K-WealthPLUS Series)
    • "คงการลงทุน" ในกอง K-GDBOND สำหรับตราสารหนี้ คาด Yield จะยังอยู่ในระดับที่สูง Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามจากเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ หรือเป็นภาวะ Stagflation ทำให้ Fed อาจไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ ดังนั้น downside risk ของพันธบัตรและตราสารหนี้เอกชนคุณภาพดีจึงจำกัด ยังคงแนะนำลงทุนต่อได้
    • “ทยอยลดความเสี่ยงบางส่วน” สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นสัดส่วนสูง โดย K WEALTH มีมุมมองผลกระทบต่อกองทุน ดังนี้
      • กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบสูงสุด ได่แก่ กองทุน K-INDIA และ K-CHINA
      • กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจำกัด ได้แก่ K-ATECH, K-CHANGE
      • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัดและต่ำมาก ได้แก่ กองทุน K-GINFRA
    • "ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น" ได้แก่ K-SF หรือ K-SFPLUS สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรือต้องการพักเงินเพื่อรอลงทุน


หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SFPLUS ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED, K-GDBOND ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-GINFRA, K-ATECH, K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยง 100% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GINFRA, K-CHINA, K-INDIA, K-CHANGE: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH, K-GDBOND: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SFPLUS: T+1
    • K-GDBOND: T+2
    • K-GINFRA, K-ATECH, K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE: T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top