2 พฤศจิกายน 2569
แชร์
Facebook
Twitter
Line

CIO WEEKLY INSIGHTS ประจำวันที่ 2-8 พ.ย. 2569

สรุปเนื้อหาสำคัญ

  • Highlights & What’s Next : ธนาคารกลางหลักมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบล่าสุด โดย Fed คงที่ 3.75–4.00% และ ECB คง Deposit Rate ที่ 2.50% แต่ยังเปิดทางต่อการปรับนโยบายเข้มงวดขึ้นหากแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ BOJ คงดอกเบี้ยที่ 1.25% ด้วยมติ 8–1 พร้อมเร่งการขาย ETF สะท้อนการเดินหน้า Monetary Normalization ส่วน BOT คงดอกเบี้ยที่ 1.00% แบบเอกฉันท์พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์GDP ไทยปี 2026 เป็น 2.4% และปี 2027 เป็น 2.1%
  • What’s Next? : ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ต.ค. และ ISM ของสหรัฐฯ รวมถึงผลประชุม BoE เพื่อประเมินโอกาส การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางหลัก

หัวข้อที่น่าสนใจ

Highlight & What’s Next

Fed–ECB–BOJ–BOT มีมติคงดอกเบี้ย แต่ทิศทางนโยบายยังมีแนวโน้มตึงตัว

ธนาคารกลางหลักมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบล่าสุด โดย Fed คงที่ 3.75–4.00% และ ECB คง Deposit Rate ที่ 2.50% แต่ยังเปิดทางต่อการปรับนโยบายเข้มงวดขึ้นหากแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ BOJ คงดอกเบี้ยที่ 1.25% ด้วยมติ 8–1 พร้อมเร่งการขาย ETF สะท้อนการเดินหน้า Monetary Normalization ส่วน BOT คงดอกเบี้ยที่ 1.00% แบบเอกฉันท์ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2026 เป็น 2.4% และปี 2027 เป็น 2.1%

  • What’s Next?  ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ต.ค. และ ISM ของสหรัฐฯ รวมถึงผลประชุม BoE เพื่อประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางหลัก
  • Recommendation คงน้ำหนักตราสารหนี้คุณภาพดีอายุสั้นถึงปานกลาง เพื่อรับ Yield ระดับสูง ควบคู่หุ้นกลุ่ม Quality เพื่อรับมือภาวะดอกเบี้ยสูงนาน

ความเสี่ยงตะวันออกกลางดัน Brent แตะ $117 เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและแนวโน้ม Higher-for-Longer 

ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงช่วงปลายสัปดาห์จากความเสี่ยงที่สงครามอิหร่านจะทวีความรุนแรง หลังเกิดเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย โดย Brent ปิดที่ $117.64 ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 6 เดือน ส่งผลให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูง และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางหลักจะต้องคงนโยบายการเงินในระดับเข้มงวดนานกว่าที่ตลาดเคยคาด

  • What’s Next? ติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและราคา Brent ควบคู่ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และ CPI ต.ค. ของไทยและยุโรป เพื่อประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อ
  • Recommendation แนะนำกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนผสมที่ลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ เพื่อลดความผันผวนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน

Factors to Watch This Week

วันที่รายละเอียด
2 พ.ย.PMI ภาคการผลิต ต.ค. (จีน/ยุโรป/ญี่ปุ่น/อินเดีย) , ISM ภาคการผลิต ต.ค. (สหรัฐฯ)
 3 พ.ย.วันหยุด-ญี่ปุ่น (วันวัฒนธรรม) , CPI ต.ค. (จีน), ISM ภาคบริการ/ADP/สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ ต.ค.(สหรัฐฯ)
4 พ.ย. CPI ต.ค. (ไทย/ยุโรป) ,PMI ภาคบริการ ต.ค. (จีน), ISM ภาคบริการ/ADP/สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ ต.ค.(สหรัฐฯ)
5 พ.ย.ผลประชุม BoE(อังกฤษ), ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก/ต่อเนื่อง ต.ค./ผลิตภาพแรงงาน Q3(สหรัฐฯ)
6 พ.ย.ยอดค้าปลีก ก.ย. (ยุโรป) , จ้างงานนอกภาคเกษตร/อัตราว่างงาน ต.ค. / ความเชื่อมั่น ม.มิชิแกน เบื้องต้น พ.ย.(สหรัฐฯ)

US Key Talking Points: เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตแข็งแกร่งจากการบริโภคและการลงทุน แต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังสูง

  • GDP ไตรมาส 3 ขยายตัว 3.4% (annualized) เร่งขึ้นจาก 2.2% ในไตรมาสก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 3.2% ถือเป็นการเติบโตเร็วที่สุดในรอบ 1 ปี
  • การบริโภคยังแข็งแกร่ง โดยเพิ่มขึ้น 3.8% เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน แม้ค่าครองชีพและดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง
  • การลงทุนภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 12.7% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 โดยมาจากการลงทุนด้าน AI เป็นแรงหนุนหลัก
  • อย่างไรก็ดี กำลังซื้อเริ่มตึงตัว เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นไม่ทันราคาสินค้า รายได้ที่แท้จริงจึงลดลง 0.3% และครัวเรือนต้องดึงเงินออมมาใช้จ่าย โดยอัตราการออมลดลงเหลือ 3.8% จาก 4%
  • เงินเฟ้อยังเป็นโจทย์หลักของ Fed โดย Headline PCE เร่งขึ้นเป็น 3.6% YoY จาก 3.4% และ Core PCE เป็น 3.1% YoY จาก 3.0% อย่างไรก็ตามแรงกดดันเงินเฟ้อจาก AI ในกลุ่ม memory เริ่มชะลอลง
  • คำแนะนำ
    • มุมมองหุ้นสหรัฐฯ: Slightly Positive
    • หากต้องการลงทุนเฉพาะในกองทุนหุ้นสหรัฐฯ แนะนำสัดส่วนไม่เกิน 30%

EU Key Talking Points: เงินเฟ้อจากพลังงานจะทำให้ ECB ต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงขึ้นหรือไม่

เงินทุนไหลออกเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังรับมือได้

  • Net outflows เพิ่มเป็นมากกว่า $30bn: จากราว $20bn สิ้น ก.ย. (ผลรวม 1 เดือน) ส่วนใหญ่มาจากการขายสุทธิหุ้น EM โดยนักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้นเกาหลีต่อเนื่อง
  • ปัจจัยเฉพาะประเทศซ้ำเติม: อินโดนีเซียเผชิญความเสี่ยงถูก MSCI ลดสถานะจาก EM ส่วนบราซิลมีเงินไหลเข้าแล้วกลับเป็นไหลออกหลัง Lula ชนะการเลือกตั้งรอบสอง
  • ปัจจัยโลกกดดันเพิ่ม: ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงและดอลลาร์แข็งค่าเป็นแรงกดดันต่อเงินทุนไหลเข้า EM
  • CE มองว่า EM ส่วนใหญ่ยังรับมือได้: ดุลบัญชีเดินสะพัดและทุนสำรองแข็งแกร่ง ดัชนีความเสี่ยงวิกฤตค่าเงินรวมใกล้ต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ
  • คำแนะนำ
    • มุมมองหุ้นเอเชีย: มีมุมมอง Positive
    • ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย ผ่านกองทุน K-ATECH ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
    • แนะนำสัดส่วนไม่เกิน 20%

TH Key Talking Points: กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ตามคาด พร้อมปรับมุมมองเศรษฐกิจดีขึ้น

Decision

  • คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.00% เป็นเอกฉันท์ มองระดับปัจจุบันเหมาะสมต่อเศรษฐกิจไทย
  • เงินเฟ้อสูงขึ้นแต่เป็นปัจจัยชั่วคราว พร้อมติดตามความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน

Outlook

  • ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2026–2027 จากแรงหนุนของการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI
  • การบริโภคชะลอลง สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง

Next Move

  • คาดคงดอกเบี้ย 1.00% ต่อในการประชุม ธ.ค. 2026
  • แนวโน้มปี 2027 ยังขึ้นกับพลังงาน เศรษฐกิจในประเทศ และนโยบายธนาคารกลางหลัก

Investment Implication

  • ดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มทรงตัวในระยะสั้น หลัง กนง. ปรับมุมมองเศรษฐกิจดีขึ้น
  • สำหรับตราสารหนี้ควรเน้น Carry Income มากกว่าการคาดหวัง Capital Gain จากการลดดอกเบี้ยนโยบาย

คำแนะนำ

  • มุมมองตราสารหนี้ไทย: Slightly Positive
  • มุมมองหุ้นไทย: Neutral
    • แนะนำลงทุนหุ้นไทย ผ่านกองทุนลดหย่อนภาษี หรือกองทุนหุ้นปันผลคุณภาพดี เช่น K-VALUE
    • โดยแนะนำสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยไม่เกิน 20%

TH Key Talking Points: ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยพลิกขาดดุล ขณะที่เศรษฐกิจยังได้แรงหนุนจากส่งออก

Current Account

  • เดือน ก.ย. ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล USD 1.63bn จากเดือนก่อนที่เกินดุล USD 2.35bn และแย่กว่าคาด จากการส่งกลับเงินปันผล ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น และดุลการค้าเกินดุลลดลง

Outlook

  • เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2026 ฟื้นตัวดีขึ้น จากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และมาตรการกระตุ้นภาครัฐ
  • อย่างไรก็ดี ห้องค้ากสิกรไทยยังประเมินดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ขาดดุล โดยภาคท่องเที่ยวและบริการยังถูกกดดัน

Key Risks

  • สงคราม ราคาน้ำมันสูง นโยบายกีดกันการค้า การฟื้นตัวของท่องเที่ยว รวมถึงน้ำท่วมและเอลนีโญ

Investment Implication

  • เงินบาทมีปัจจัยพื้นฐานด้านต่างประเทศที่เปราะบางขึ้น หากดุลบัญชีเดินสะพัดยังขาดดุลและราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง
  • ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมีแนวโน้มกดดันสกุลเงินเอเชียของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ

กองทุนแนะนำประจำวันที่ 2-8 พ.ย. 2569

กองทุนหุ้นต่างประเทศ

ES-USBLUECHIP

6

กองทุนเปิดอีสท์สปริง US Blue Chip Equity

ผลการดำเนินการ
ต้นปีถึงปัจจุบัน
-3.09%
1 ปี
+5.4%
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569
มุมมองการลงทุน
หุ้นสหรัฐฯ มีมุมมองเป็นบวกโดยเฉพาะในกลุ่ม Hyperscalers ที่เห็นรายได้ฟื้นตัว และมูลค่าพื้นฐานกลุ่มเทคฯ อยู่ในระดับน่าสนใจ
กองทุนผสม

K-WPSPEEDUP

5

กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส สปีดอัพ

ผลการดำเนินการ
ต้นปีถึงปัจจุบัน
+10.33%
1 ปี
+13.94%
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569
มุมมองการลงทุน
กองทุนผสมทั่วโลกช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน พร้อมรับโอกาสเติบโตจากธีม AI และรายได้จากตราสารหนี้ที่มี Yield สูง
กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ

K-GDBOND-A(A)

5

กองทุนเปิดเค โกลบอล ไดนามิก บอนด์ ชนิดสะสมมูลค่า

ผลการดำเนินการ
ต้นปีถึงปัจจุบัน
+0.3%
1 ปี
+3.28%
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569
มุมมองการลงทุน
ตราสารหนี้โลกยังน่าสนใจจาก Yield ที่อยู่ในระดับสูง ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ย แม้ราคาอาจผันผวนในระยะสั้น
กองทุนตราสารหนี้

K-SFPLUS-A

4

กองทุนเปิดเค เอสเอฟ พลัส ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป

ผลการดำเนินการ
ต้นปีถึงปัจจุบัน
+0.54%
1 ปี
+1.28%
ณ วันที่ 1 ก.ค. 2569
มุมมองการลงทุน
การคงดอกเบี้ยของ กนง. ช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านนโยบายการเงิน โดยตราสารหนี้ไทยคุณภาพดียังเป็นทางเลือกสร้างรายได้จากดอกเบี้ย
กองทุน มุมมองการลงทุน ความเสี่ยง ผลตอบแทนย้อนหลัง ซื้อกองทุน ผ่าน K PLUS
ES-USBLUECHIP หุ้นสหรัฐฯ มีมุมมองเป็นบวกโดยเฉพาะในกลุ่ม Hyperscalers ที่เห็นรายได้ฟื้นตัว และมูลค่าพื้นฐานกลุ่มเทคฯ อยู่ในระดับน่าสนใจ 6
ต้นปีถึงปัจจุบัน
-3.09%
1 ปี
+5.4%
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569
ซื้อกองทุน ซื้อกองทุน
K-WPSPEEDUP กองทุนผสมทั่วโลกช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน พร้อมรับโอกาสเติบโตจากธีม AI และรายได้จากตราสารหนี้ที่มี Yield สูง 5
ต้นปีถึงปัจจุบัน
+10.33%
1 ปี
+13.94%
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569
ซื้อกองทุน ซื้อกองทุน
K-GDBOND-A(A) ตราสารหนี้โลกยังน่าสนใจจาก Yield ที่อยู่ในระดับสูง ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ย แม้ราคาอาจผันผวนในระยะสั้น 5
ต้นปีถึงปัจจุบัน
+0.3%
1 ปี
+3.28%
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569
ซื้อกองทุน ซื้อกองทุน
K-SFPLUS-A การคงดอกเบี้ยของ กนง. ช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านนโยบายการเงิน โดยตราสารหนี้ไทยคุณภาพดียังเป็นทางเลือกสร้างรายได้จากดอกเบี้ย 4
ต้นปีถึงปัจจุบัน
+0.54%
1 ปี
+1.28%
ณ วันที่ 1 ก.ค. 2569
ซื้อกองทุน ซื้อกองทุน

Weekly Performance

Disclaimer

  • ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ ไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจลงทุนแต่อย่างใด เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง จึงควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าว และบริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเอง และรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดในความเสียหายใดๆ ต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
  • โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผู้เขียน