26 มีนาคม 2568
แชร์
Facebook
Twitter
Line

ธนาคารกสิกรไทย จัดสัมมนาใหญ่ K WEALTH Forum : เจาะลึก 5 ปัจจัย เปลี่ยนเกมการลงทุนโลก แนะธีมลงทุน “GO GLOBAL” และ “Diversification” ฝ่าความผันผวนเศรษฐกิจโลก

     ธนาคารกสิกรไทย จัดสัมมนาใหญ่แห่งปี K WEALTH Forum หัวข้อ “Five for 2025: FIVE Themes That Will Shape Global Investment Strategies” เจาะลึก 5 ปัจจัยหลักที่กำลังจะเปลี่ยนฉากทัศน์สำคัญของโลกด้านการเงินและการลงทุน นำโดย K WEALTH ศูนย์รวมความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์บริหารความมั่งคั่งครบทุกมิติ ร่วมกับบริษัท ด้านการลงทุนชั้นนำระดับโลก J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier ชี้เศรษฐกิจโลกปีนี้ ยังไปต่อได้ เทคโนโลยี AI ยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง จับตานโยบาย America First โดยเฉพาะมาตรการทางการ ค้าที่ไม่เพียงจะ ส่งผลต่อประเทศคู่ค้าแต่อาจส่งผลกระทบกับ GDP ของสหรัฐฯ ด้วย พร้อมคาดการณ์ Fed อาจปรับลด ดอกเบี้ยในปีนี้อีก 1-2 ครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ในขณะที่ IMF ออกโรงเตือนหนี้สาธารณะท่วมโลก และทั่วโลกยัง เผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ชี้โอกาสการลงทุน ในต่างประเทศ แนะธีมลงทุน “GO GLOBAL” และ “Diversification” เพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมติดตามข้อมูลเจาะลึกโอกาสลงทุนในหลากหลายมิติ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกกับ K WEALTH: GO GLOBAL The Series บนช่องทาง YouTube: K WEALTH ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน นี้ เป็นต้นไป

     ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เริ่มต้นปี 2025 ตลาดผันผวนอย่างหนัก จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับ หลายประเทศ และเศรษฐกิจอเมริกาที่ว่าจะดี อาจจะถอยเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ตลาดฝั่งขาขึ้นก็มี เช่น หุ้นจีนในตลาดฮ่องกงพุ่งขึ้นราว 20% จากการปลุกชีพเทคฯ จีนของ DeepSeek ในช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมีความซับซ้อนและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความผันผวนนี้เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส ความเสี่ยงคือการลงทุนผิดที่ผิดเวลา ขณะที่โอกาส คือการทำความเข้าใจ วิเคราะห์สถานการณ์ และใช้ช่วงที่ราคาย่อลง ทยอยลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับแต่ละท่านตามแผนการลงทุนที่วางไว้ทั้งในระยะสั้น กลาง และระยะยาว

“งานสัมมนา K WEALTH Forum ในวันนี้ จึงนำเสนอประเด็นหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและกำลังเปลี่ยนฉากทัศน์สำคัญของโลก นำทีมโดย K WEALTH ซึ่งเป็นศูนย์รวม ความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์บริหารความมั่งคั่งของธนาคาร กสิกรไทย พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญในระดับสากลจากบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้ง J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier เพื่อให้ทุกท่านจัดการเงินลงทุนอย่างมีความสมดุล เหมาะกับสถานการณ์ และที่สำคัญ ตอบโจทย์เป้า หมายในการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน”

 

พร้อมเคียงข้างคุณ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญมาตรฐานระดับโลก

  • ประเด็นที่ 1 เทคโนโลยี AI อิทธิพลของ AI เห็นได้ชัดจากราคาหุ้น NVIDIA ที่พุ่งขึ้นมาเกือบ 6 เท่า นับจากการเปิดตัว ของ ChatGPT ในปี 2022 ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านคนต่อสัปดาห์
  • ประเด็นที่ 2 America First Policy นโยบายที่ทั่วโลกกังวลมากที่สุดในตอนนี้คือ การขึ้นภาษีนำเข้า แต่ Fed ได้ทำการศึกษาแล้วว่า ทุกๆ 1% ของภาษีที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ GDP ของอเมริกาลดลง 0.14% แปลว่า America First Policy ไม่ได้กระทบแต่ประเทศคู่ค้า อเมริกาก็ต้องระวังเศรษฐกิจตัวเองด้วยธุรกิจส่งออกไทยก็เตรียมทำงานหนัก โดยเฉพาะ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยของเราคาดว่าการส่งออกของไทยจะชะลอลงจาก 5.4% ในปีที่แล้วเหลือเพียง 2.5%
  • ประเด็นที่ 3 อัตราดอกเบี้ย ช่วงปี 2022-2023 Fed ขึ้นดอกเบี้ย จาก 0.25% เป็น 5.5% เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวจาก โควิดเร็วจนเงินเฟ้อพุ่ง และเริ่มลดดอกเบี้ยรวม 1% ในปีที่แล้ว ซึ่งในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา Fed ตัดสินใจคงดอกเบี้ยที่ 4.5% ช่วงที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ย กนง. ของไทยก็ขึ้นดอกเบี้ยด้วย แต่ขึ้นน้อยกว่าคือจาก 0.5% เป็น 2.5% และล่าสุด กนง. ลดดอกเบี้ยลงมาที่ 2%
  • ประเด็นที่ 4 หนี้สาธารณะ IMF ออกมาเตือนเรื่องวิกฤติหนี้ที่ท่วมโลกหลายครั้ง เพราะหนี้สูงจะทำให้รัฐบาล ไม่มีเงินมาใช้เวลาเศรษฐกิจมีปัญหา ล่าสุด หนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ 64% ของ GDP และมีโอกาสจะชนเพดานที่ 70% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยสหรัฐฯ มีหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงกว่า 100%
  • ประเด็นที่ 5 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีรัสเซีย – ยูเครน ที่ผ่านความยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีแล้ว และยังไม่จบสิ้น รวมถึงยุโรป และความคุกรุ่นก็ยังคงอยู่ใน ตะวันออกกลางและช่องแคบไต้หวัน

     ด้าน Mr. Michael Strobaek, Global Chief Investment Officer and Head of Investment Solutions of Bank Lombard Odier ให้ความเห็นว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2025 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่านโยบาย ‘America First’ ของโดนัลด์ ทรัมป์ อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้เติบโตได้แข็งแกร่ง แต่นโยบายทางการค้า ก็สร้างแรงกด ดันต่อเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น อาจมีผลกระทบ ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ต้องดูให้ลึกในหลายๆ ด้าน ว่าแต่ละประเทศ มีการบริหารจัดการอย่างไร ความแข็งแกร่ง ของพื้นฐานเศรษฐกิจ เป็นการกู้จากในหรือนอกประเทศ และกู้มาเพื่อพัฒนาประเทศในระยะยาวหรือไม่ ซึ่งในระยะยาว แล้วอาจส่งผลดีต่อ เศรษฐกิจมากกว่าก็ได้

     ขณะเดียวกัน Mr. Tai Hui, Chief Market Strategist, Asia Pacific of J.P. Morgan Asset Management กล่าวถึงโอกาสในการลงทุนจากกระแส AI ว่าไม่ได้มีเพียงการลงทุน ในบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยี AI โดยตรงเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสในหลายๆ ธุรกิจที่นำ AI มาใช้เพิ่ม Productivity เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ผลิต Hardware ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแส AI เติบโตได้อีกในอนาคต สำหรับเรื่องความขัดแย้ง ทางภูมิรัฐศาสตร์ จะต้องพิจารณาผลกระทบต่อแต่ละธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป เช่น ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลต่อธุรกิจพลังงานและอาหารในยุโรปแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตน้ำมันอย่างที่คาด การณ์

     สำหรับปัจจัยอัตราดอกเบี้ย คุณศิริพร สุวรรณการ, CFA, CFP, Chief Investment Officer, K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย มองว่าอยู่ในวัฎจักรขาลง ธนาคารแห่งประเทศไทย เซอร์ไพรส์ลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 2% ส่วน Fed มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25-4.50% ซึ่งสูงกว่าของไทยประมาณ 2% อาจมองเป็นโอกาสลงทุนใน Money Market ของสหรัฐฯ แต่ควรระวังความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน เพราะหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา อาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาด

นอกจากนี้ คุณศิริพร แนะนำว่า ควรให้ความสำคัญคอนเซปต์ “GO GLOBAL” และ “Diversification” คือกระจายความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสลงทุนในต่างประเทศเพื่อสร้างผล ตอบแทนที่ดี ผ่านกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ ‘Core & Satellite’ โดย ‘Core’ เป็นส่วนที่มั่นคงและมีโอกาสให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว กระจายความเสี่ยง ไปในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก แนะนำลงทุนใน ‘Global Balanced Fund’ ส่วน ‘Satellite’ เป็นการเลือกลงทุนจากการประเมิน สถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยปัจจุบันให้น้ำหนักกับกองทุนตราสารหนี้ไทย เช่น กองทุน K-FIXEDPLUS และกองทุนหุ้นกลุ่ม Health Care ที่ยังราคาไม่แพงและมีโอกาสเติบโตสูง เช่น กองทุน K-GHEALTH

     คุณวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์, CFA, กรรมการผู้จัดการ บลจ. กสิกรไทย เสริมว่า ควรพิจารณาลงทุนในตลาดโลกสำหรับ Core Port เพราะมีโอกาสลงทุนที่กว้างกว่า และมีโอกาสสร้าง ผลตอบแทนที่ดีจากสินทรัพย์หลายประเภท มีธีมการลงทุนที่อาจไม่มีในประเทศไทย เช่น หุ้นเทคโนโลยี การแพทย์ พลังงานสะอาด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความ ยืดหยุ่นในการบริหาร พอร์ตด้วยเครื่องมือการลงทุนหลากหลายที่มีในตลาดโลก เช่น หุ้น ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก ทำให้มีตัวเลือกหลากหลายช่วยบริหารพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ได้รวดเร็วและ มีประสิทธิภาพ

     สำหรับโซลูชันด้านการบริหาร Core Port คุณปณตพล ตัณฑวิเชียร, CFA, Chief Investment Officer บลจ. กสิกรไทย แนะนำกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series และ K-ALLROAD Series ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

 

  • K-WealthPLUS Series เป็นกลุ่มกองทุนผสมที่เกิดจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnership) กับบลจ. ชั้นนำระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management ร่วมบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนอย่างใกล้ชิด ผ่านกลยุทธ์ กระจายการลงทุน (Asset Allocation) ทั่วโลก ในหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งสามารถรับมือ กับความ ผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าการลงทุนแบบกระจุกตัวในสินทรัพย์ประเภทเดียว โดยมีให้เลือก 3 กองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการเริ่มลงทุนในต่าง ประเทศโดยเน้นสัดส่วนของตราสารหนี้มากกว่าหุ้น K-WPSPEEDUP เหมาะกับผู้ลงทุนที่มองหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนของหุ้นได้ตั้งแต่ 50-80% และ K-WPULTIMATE เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงจากการเพิ่มสัดส่วนของหุ้นได้ตั้งแต่ 80-100%
  • K-ALLROAD Series  เป็นกลุ่มกองทุนที่ได้ร่วมมือกับทาง Lombard Odier โดยกลยุทธ์การลงทุนแบบ ALL ROADS ได้ผ่านการทดสอบในช่วงเวลาต่างๆ ของตลาดมาอย่างยาวนาน ตอบโจทย์การลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคงใน ระยะยาว โดดเด่นด้วยกลยุทธ์การบริหารพอร์ตแบบ Risk-Based Allocation หรือ การลงทุนโดยพิจารณาความเสี่ยง ของสินทรัพย์เป็นหลัก นั่นคือ ให้น้ำหนักน้อยในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่ให้น้ำหนักมากในสินทรัพย์ที่มีความ เสี่ยงต่ำ พร้อมกลไกจัดการความเสี่ยงช่วงขาลง (Drawdown management) ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้โยกย้าย สินทรัพย์ได้ อย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญสภาวะตลาดที่ผันผวน เพื่อลดผลกระทบที่รุนแรง ซึ่ง K-ALLROAD Series มีความเสี่ยงให้ลูกค้า เลือกได้ถึง 4 ระดับ ได้แก่ K-ALLBASIC, K-ALLRD-UI-A(A), K-ALLGR-UI-A(A) และ K-ALLEN-UI-A(A)

*ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน