Top Pick: หุ้นสหรัฐฯ ขึ้นแรงแล้ว ทำไมยังน่าถือ ?

กดฟัง
หยุด


AI จากเรื่องเล่า เริ่มกลายเป็นกำไรจริง: AI เริ่มเปลี่ยนจากความคาดหวัง เป็นรายได้และกำไรที่จับต้องได้มากขึ้น โดยประเมินกำไรของกลุ่ม Hyperscaler หรือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปี 2026 มีกำไรเติบโต 61.1% ซึ่งรองรับการเติบโตของ Cloud และ Data Center ส่วนรายได้ของ Cloud RPO ที่รอรับรู้ในอนาคตอยู่ที่ประมาณ 2.44 ล้านล้านดอลลาร์


ราคาขึ้นมาเยอะ แพงไปแล้วหรือยัง ?: กลุ่ม Hyperscaler ซื้อขายกันประมาณ 23 เท่าของกำไร ขณะที่ค่าเฉลี่ย 5 ปี อยู่ประมาณ 27.2 เท่า ถึงราคาหุ้นจะขึ้นมา แต่กำไรก็โตตามด้วย แต่หุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกทุกตัว เงินเฟ้อและ Bond Yield ที่ยังสูง เป็นปัจจัยจำกัด Upside ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลยุทธ์จึงไม่ใช่ซื้อหุ้นสหรัฐฯ ทุกตัว แต่ต้องลงทุนแบบ Selective


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีมากกว่าแค่ Big tech: กำไรของหุ้นขนาดเล็กมีโอกาสฟื้นตัวเด่น คาด EPS ปี 2027 โตประมาณ 42% ในมุมการจัดพอร์ต ไม่จำเป็นต้องฝากความหวังไว้กับหุ้น Mega-cap เพียงไม่กี่บริษัท


ถ้าจะลงทุน เลือกสไตล์ให้ตรงกับพอร์ต: แนะนำ 2 ทางเลือกลงทุนหุ้นสหรัฐฯ คือ


  • กองทุน ES-USBLUECHIP เหมาะกับคนที่อยากให้ผู้จัดการกองทุนเป็นคนคัดหุ้นให้ ใช้วิธีคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up จากพื้นฐานบริษัทและโอกาสการเติบโต โดยลงทุนในหุ้นประมาณ 50–100 บริษัท ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 69 พอร์ตมีสัดส่วนลงทุนในสหรัฐฯ ราว 95% และ Information Technology ประมาณ 50.5%
  • กองทุน K-US500X-A เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นกองทุนแบบ Passive Fund และกระจายลงทุนใน 500 บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ

คำแนะนำเพิ่มเติมจาก K WEALTH: คำว่า Slightly Positive ไม่ได้แปลว่าให้ลงทุนแบบ All-in โดย K WEALTH แนะนำลงทุนในกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ไม่เกิน 30% ของพอร์ตลงทุน เพราะแม้พื้นฐานตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังแข็งแรง แต่ Bond Yield ที่ยังสูงอาจทำให้ตลาดผันผวนได้

Back to top