Top Pick: พอร์ตเขียวที่เคยดี อาจกลายเป็นพอร์ตเสี่ยงในครึ่งปีหลัง ?

กดฟัง
หยุด


ใช้กลยุทธ์อะไรปรับพอร์ตลงทุน: สินทรัพย์หลายตัวราคาเริ่มสูงเกินพื้นฐานไปไกล การถือทำให้แบกความเสี่ยงที่สูงเกินไป ถึงเวลาลดสัดส่วนสินทรัพย์ที่ราคาเริ่มตึง แล้วย้ายไปยังสินทรัพย์ที่มีปัจจัยหนุนใหม่ อย่างกลุ่ม Global Financials และ Market-Neutral Strategy

คำแนะนำเพื่อหาโอกาสใหม่จาก K WEALTH:
  • หุ้นยุโรป ราคาขึ้นสูงแล้ว โอกาสขึ้นต่อมีจำกัด ลดการลงทุนแบบ Broad-based ย้ายเงินจาก ES-EG ไปเข้า KT-FINANCE เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทำกำไร
  • หุ้นจีน เศรษฐกิจจีนไม่ได้เติบโตพร้อมกันทั้งประเทศ เน้น AI, Semiconductor และกลุ่มการผลิตขั้นสูง ลด K-CHINA และเพิ่ม K-ATECH
  • หุ้นกลุ่ม Healthcare ตัวเร่งกำไรเริ่มชะลอตัวลง เช่น ยาลดน้ำหนัก นโยบายจากรัฐส่งผลต่อราคายาและระบบประกันสุขภาพ แบ่งเงินออกมาบางส่วน รอทิศทางกำไรและนโยบายให้ชัดเจนก่อน
  • โอกาสใหม่ Global Financials การฟื้นตัวของ M&A, IPO และ Investment Banking เปิดโอกาสให้บริษัทการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ มีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น เพิ่มการลงทุนใน KT-FINANCE-A ที่ลงทุนในธุรกิจการเงินทั่วโลก
  • ลดแรงเหวี่ยงพอร์ตด้วย UGEAR ใช้กลยุทธ์ Market-Neutral สร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากรายได้ค่าธรรมเนียม เน้นสร้างผลตอบแทนจากการเลือกหุ้นมากกว่าการเดาทิศทางตลาด ช่วยลดแรงเหวี่ยงพอร์ต
สรุปกลยุทธ์การลงทุนครึ่งปีหลัง 2026 จาก K WEALTH:
  • ถือไว้: หุ้นภาพรวม (คงน้ำหนักสูงกว่าปกติ) และ Tech & Asia Tech (กำไรโตแกร่ง)
  • ลดลง: Broad Europe (เช่น ES-EG ที่โอกาสโตเริ่มจำกัด) Healthcare เฉพาะทางที่สัดส่วนสูงเกินไป และ Broad China (เช่น K-CHINA ที่ฟื้นไม่ทั่วถึง)
  • เติมเข้า: Global Financials (เน้น US ผ่าน KT-FINANCE-A) และ UGEAR (Market-Neutral ลดแรงเหวี่ยง)

คำเตือน


Back to top