ภาพรวมการลงทุนกลุ่ม Tech: หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ยังมีโอกาสเติบโตต่อ แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นมามากแล้ว Top Pick ตอนนี้ จึงพามาดูความแตกต่างระหว่างการลงทุนในเทคโนโลยีระดับโลก (Global Tech) และเทคโนโลยีฝั่งเอเชีย (Asia Tech) เพื่อให้นักลงทุน ช่วยตัดสินใจเลือกกองทุนที่เหมาะสมในสภาวะตลาดปัจจุบัน
AI เริ่มสร้างรายได้จริง: ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alphabet, Microsoft และ Meta เริ่มทำเงินจาก AI ได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่กระแส และมีงบลงทุน (CAPEX) ที่แข็งแกร่งโดยใช้กระแสเงินสดของตัวเอง ไม่ได้กู้ยืมจนน่ากังวลเหมือนยุคดอตคอม
ความต้องการชิปยังล้นตลาด: อุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมาก โดยผู้นำอย่าง Nvidia และ TSMC มีออเดอร์จองล่วงหน้าเต็มพิกัดไปจนถึงปี 2028 สะท้อนว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่สิ้นสุด
มูลค่าหุ้นเริ่มสมเหตุสมผล: หลังจากการปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 1 ทำให้ Forward PE ของดัชนี S&P 500 ลงมาอยู่ในระดับประมาณ 20 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรที่คาดการณ์ไว้
ทนทานต่อปัจจัยสงคราม: ในภาวะสงครามที่ราคาพลังงานพุ่งสูง กลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลกระทบจำกัดกว่ากลุ่มอื่นๆ เช่น โรงงานหรือโลจิสติกส์ เนื่องจากไม่ได้พึ่งพาพลังงานเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ
แนะนำ 2 กองทุนตามความต้องการ:
- ES-GTECH: เน้นเทคโนโลยีระดับโลก (Nvidia, Meta) เหมาะกับคนชอบ Big Tech สหรัฐฯ
- K-ATECH: เน้นเทคโนโลยีฝั่งเอเชีย (TSMC, Samsung) เหมาะกับคนที่ชอบหุ้นเทค เอเชีย
หมายเหตุ: ทั้งคู่มีความเสี่ยงสูง (ระดับกองทุน 6-7) เหมาะกับการลงทุนระยะยาว