สาเหตุที่กองทุนตราสารหนี้ติดลบ: เกิดจากสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงตาม ส่งผลให้ Bond Yield (อัตราผลตอบแทนพันธบัตร) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งราคาตราสารหนี้จะแปรผกผันกับ Yield เมื่อ Yield ขึ้น ราคาจึงลดลงทำให้ NAV ติดลบ
สถานการณ์ปัจจุบันคือโอกาส: แม้ราคาจะลดลง แต่ทำให้ Running Yield (ผลตอบแทนจากการถือครอง) สูงขึ้น ปัจจุบัน Bond Yield อยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก และสะท้อนข่าวร้ายไปมากแล้ว จึงเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการทยอยลงทุนแบบ Stay Invest
ระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสม: สำหรับกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว (เช่น K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS-A) ควร ถืออย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป เพื่อให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยช่วยชดเชยส่วนต่างราคาที่ผันผวน และรอให้ราคาฟื้นตัวกลับมา
การเลือกกองทุนตามระดับความเสี่ยง:
-
ใจไม่นิ่ง/เงินพักสั้น: แนะนำกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น (เช่น K-SF-A, K-SFPLUS-A) ที่ผันผวนน้อยกว่า
-
ลดหย่อนภาษี (Thai ESG): หากรับความผันผวนได้น้อยแนะนำ K-ESGBF-ThaiESG (ตราสารหนี้เอกชนระยะสั้นกว่า) แต่ถ้าถือยาวได้ 5 ปีตามเงื่อนไขภาษี กองทุนที่ติดลบอยู่ก็จะค่อยๆ ฟื้นตัว
ทางเลือกตราสารหนี้โลก: กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (เช่น K-GDBOND) น่าสนใจด้วย Running Yield ที่สูงประมาณ 6% และมีคุณภาพสินทรัพย์ดี (Rating ระดับ AA) แม้จะมีความผันผวนสูงกว่าจาก Duration ที่ยาว (ประมาณ 6 ปี) แต่ให้โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว