Future of Wealth: ตลาดกำลังซื้อความหวัง หรือเศรษฐกิจไทยกำลังโตจริง ?

กดฟัง
หยุด

ทำไมหุ้นขึ้นแรงหลังเลือกตั้ง:

  1. ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง รัฐบาลมีแนวโน้มมั่นคงจากการรวบรวมได้กว่า 200 เสียง
  2. หุ้นไทยถูกเมื่อเทียบกับอดีต ราคาหุ้นไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี
  3. เงินโลกกำลังย้ายที่ ประเทศไทยมีสภาพคล่องดี ตลาดมีขนาดใหญ่ และราคายังไม่สูงนัก
  4. ตลาดกำลังเดิมพันนโยบายรัฐ ตลาดเชื่อว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถเกิดขึ้นได้จริง

วิเคราะห์ภาพการเมืองจาก 3 เรื่อง:

  1. การเมืองแบบอนุรักษ์นิยมเวอร์ชั่นใหม่ ได้พรรคการเมืองใหม่ที่สร้างความเชื่อมั่นด้วยระบบอุปถัมภ์
  2. รอยแยกระหว่างเมืองและชนบทแบบใหม่ คนเมืองเลือกปฏิรูป คนชนบทเลือกสิ่งที่พึ่งพาได้
  3. เสียงช้างมากชัด ทำให้เกมนิ่ง สามารถเดินหน้านโยบายได้ง่ายกว่าอดีต

บทเรียนจากโลก: อังกฤษทำประชามติออกจาก EU (Brexit) ตลาดกังวลกับสิ่งที่ไม่คาดคิด ความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้คิด เช่น การแกรัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งของชายแดน ความคาดหวังของคนรุ่นใหม่


ตลาดไม่ได้เลือกพรรค ตลาดเลือก “กำไร”: ค่า Forward P/E ตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 12-13 เท่า ไม่ได้แพง แต่ GDP ไทยคงไม่มากไปกว่า 2% ในโลกที่สหรัฐฯ ขับเคลื่อนด้วย AI อินเดียโต 6–8% เวียดนาม FDI โตสองหลัก เงินควรอยู่ที่ไหน


ตลาดกำลัง “ซื้อความหวัง”: Multiple Expansion ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น ทั้งที่กำไรของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน


มองตลาดเป็น 3 ระยะ:

  • ระยะที่ 1: ระยะอารมณ์ (1-3 เดือน) ข่าวดี เงินไหลเข้า หุ้นขึ้นเร็ว
  • ระยะที่ 2: ระยะพิสูจน์ (6–12 เดือน) ดูว่านโยบายเดินได้ไหม? โครงการลงทุนเกิดจริงไหม? และต่างชาติมาลงทุนจริงไหม?
  • ระยะที่ 3: ระยะของจริง เลย ถ้า EPS กลุ่มธนาคาร ค้าปลีก โต 10–15% ต่อเนื่อง 2–3 ไตรมาส ถือว่าของจริง

วันนี้ควรทำอะไร ?: ไม่แนะนำให้ All-in ในตลาดหุ้นไทย ถ้าสนใจค่อยๆ เพิ่ม 5-10% ของพอร์ตลงทุน โดยเลือกหุ้นที่กระแสเงินสดแข็งแรง เลือกบริษัทที่มีงานในมือรองรับชัดเจน เลือกหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ

คำเตือน


Back to top