Future of Wealth: เกมการลงทุนปี 2026 เปลี่ยนไปแล้ว ใครยังคิดแบบเดิมเสี่ยงสุด

กดฟัง
หยุด



2026 Investment Outlook: "The Great Repricing" โลกการลงทุนจะซับซ้อนและเปลี่ยนเร็วขึ้น ตลาดจะเลิกตั้งราคาสินทรัพย์เพียงเพราะเศรษฐกิจดีหรือแย่ แต่จะมองลึกไปถึงนโยบายอุตสาหกรรม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการทุ่มงบประมาณสร้างอนาคต ทำให้การตีมูลค่าแบบเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป


โอกาสย้ายจากสหรัฐฯ สู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
  • จีน: เริ่มฟื้นตัวจากฐานกำไรที่ต่ำ โดยเน้นเปลี่ยนผ่านสู่กลุ่มไฮเทค เช่น EV แบตเตอรี่ และหุ่นยนต์
  • อินเดีย: เติบโตแข็งแกร่งจากการบริโภคภายในประเทศและชนชั้นกลางที่ขยายตัว พร้อมรับอานิสงส์จากการย้ายฐานผลิต
  • เทคโนโลยีเอเชีย: แนะนำ "Asia Technology" (ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปและเครื่องจักรที่โลกขาดไม่ได้ ในราคาที่ยังไม่แพงเท่าหุ้นเทคสหรัฐฯ

AI เข้าสู่คลื่นลูกที่สอง (Second Wave) โอกาสย้ายจากกลุ่มผู้ผลิตซอฟต์แวร์/ชิป ไปสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุน AI โดยเฉพาะ "ไฟฟ้าและพลังงาน" ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญ รวมถึง Data Center และ Cyber Security


มุมมองต่อตราสารหนี้ ตราสารหนี้จะไม่ใช่เครื่องมือทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) เหมือนช่วงดอกเบี้ยขาลงแรงๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นแหล่งรายได้สม่ำเสมอ โดยต้องเน้นหุ้นกู้คุณภาพดี (Investment Grade) เพราะตลาดจะผันผวนจากหนี้สาธารณะและการเมือง


กลยุทธ์พอร์ตหลัก (Core Portfolio) แนะนำให้วางเงินมากกว่า 50% ในพอร์ตที่บริหารแบบ Go Global และ Multi Asset เพื่อกระจายความเสี่ยงข้ามประเทศและข้ามสินทรัพย์ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดถัดไปจะเป็นเรื่องอะไร


สรุปคือปี 2026 ไม่ใช่ปีที่จะเสี่ยงสุดตัว แต่ต้องลงทุนอย่างมีแผน มีวินัย และกระจายการลงทุนให้ครอบคลุมโอกาสใหม่ๆ นอกเหนือจากตลาดเดิมที่ราคาตึงตัว

คำเตือน


Back to top