ค่าเงินบาท 2026: จุดไหนคือสมดุล และนักลงทุนควรยืนตรงไหน ?

กดฟัง
หยุด



สรุปเนื้อหาประเด็นร้อน เรื่อง "มุมมองค่าเงินบาทในปี 2026" หลังจากที่ช่วงปลายปี 2025 ค่าเงินบาทผันผวนแข็งค่าอย่างรุนแรง โดยพี่วี วีระพล บดีรัฐ และพี่อูน ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย


  • ปัจจัยหลักที่กระทบค่าเงินบาท: ปัจจัยสำคัญมาจาก "ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย" ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าคาด จะทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและบาทอ่อนค่าลง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจาก "การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย" และดุลบัญชีเดินสะพัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก
  • ความสัมพันธ์กับราคาทองคำ: "ราคาทองคำ" มีผลอย่างมากต่อค่าเงินบาท เพราะเมื่อราคาทองในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น คนไทยมักขายทองเพื่อทำกำไร ซึ่งเป็นการเปลี่ยนทองเป็นดอลลาร์แล้วแลกกลับเป็นเงินบาท ทำให้มีแรงซื้อบาทเข้ามาส่งผลให้ "บาทแข็งค่าขึ้น" ในช่วงที่ทองเป็นขาขึ้น
  • ปัจจัยฤดูกาล (Seasonal) ช่วงเดือน 4-5: ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมของทุกปี จะมีแรงกดดันให้ "เงินบาทอ่อนค่า" เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่บริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผล ซึ่งนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับปันผลจะทำการแลกเงินบาทกลับเป็นเงินตราต่างประเทศเพื่อนำออกนอกประเทศ
  • การส่งกลับกำไรของนักลงทุนต่างชาติ: นอกจากการจ่ายปันผลแล้ว ช่วงไตรมาสที่ 2 มักเป็นช่วงที่ความต้องการเงินตราต่างประเทศสูงกว่าปกติ ทำให้บาทมีโอกาสผันผวนในทิศทางอ่อนค่าเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี
  • แนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2026: พี่อูนให้มุมมองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางที่ "แข็งค่าขึ้น" เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และให้มุมมองค่าเงินบาทสิ้นปี 2026 ไว้ที่ 32.80 บาท
  • ปัจจัยกดดันจากภายนอก: นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเป็นตัวแปรหลัก หาก Fed เริ่มลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจน จะส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าและกดดันให้บาทแข็งค่าขึ้นได้
  • กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน: หากนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนภาคธุรกิจ กระจายความเสี่ยง (Asset Allocation) โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศควรพิจารณาเรื่องการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) เพื่อตัดปัจจัยด้านความผันผวนของค่าเงินออกจากการลงทุน

คำเตือน


Back to top