ท่ามกลางความผันผวนของตลาด การกระจายพอร์ตมายังการลงทุนที่มี “กระแสรายได้” เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุน และ REIT ก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าสนใจ เพราะเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ พร้อมรับประโยชน์จากรายได้ค่าเช่า โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง
หนึ่งใน REIT ที่น่าจับตาคือ WHART ซึ่งเป็นกองทรัสต์ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานให้เช่า โดยปัจจุบันมีพอร์ตกว่า 1.9 ล้าน ตร.ม. กระจายอยู่ในหลายทำเลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ของประเทศ สามารถรองรับผู้เช่าจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของผู้เช่า นอกจากนี้ WHART ได้พิสูจน์ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ด้วยประวัติการจ่ายผลตอบแทนต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปีนับแต่ก่อตั้ง ซึ่งตอกย้ำศักยภาพของผู้นำกองทรัสต์อุตสาหกรรมที่สร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงแก่นักลงทุนในระยะยาว
และอีกก้าวสำคัญคือ WHART เตรียมลงทุนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคาร ในโครงการดับบลิวจีซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นคลังสินค้าและโรงงานแบบ Built-to-Suit มีพื้นที่เช่ารวมประมาณ 99,390 ตร.ม. บนเนื้อที่ดินกว่า 87 ไร่ บริเวณท่าเรือมาบตาพุด และมีผู้เช่าเหมารายเดียวทำสัญญาเช่าระยะยาวกว่า 30 ปี
การลงทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การทำให้พอร์ตมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่เป็นการเพิ่มทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ค่าเช่าเข้ามาในพอร์ตได้ทันทีโดยไม่ต้องรอหาผู้เช่า และต่อยอดโอกาสการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ควรมองแค่ผลตอบแทนที่ได้รับ เพราะ REIT ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งคุณภาพและการกระจายตัวของผู้เช่า อายุสัญญาเช่า อัตราการเช่าพื้นที่ ภาระหนี้ ตลอดจนทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งล้วนส่งผลต่อรายได้และมูลค่าของกองทรัสต์ได้
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกระจายพอร์ต และต้องการโอกาสรับกระแสรายได้ในระยะยาว WHART จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถนำไปศึกษาต่อ และพิจารณาให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง
#KWEALTH #REIT #WHART
คำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
โดยผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต