ทำไมนักลงทุนไทยถึงควรเก็บทองคำ USD?

กดฟัง
หยุด

ทองคำถือว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนแทบจะทุกคนต้องมีติดพอร์ต โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวน เงินเฟ้อสูง หรือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น หลายคนมักหันมาถือทองคำเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต

เหตุผลก็เพราะว่า ทองมีปัจจัยขับเคลื่อนต่างจากหุ้น ช่วยกระจายความเสี่ยง และอาจช่วยลดแรงกระแทกในช่วงวิกฤต เงินเฟ้อ หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น การมีทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต จึงไม่ใช่การหวังให้ทองขึ้นตลอดเวลาแต่คือการเตรียมพอร์ตให้พร้อมรับมือกับหลายสถานการณ์

เพราะพอร์ตที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีแต่สินทรัพย์ที่โตเร็วที่สุด แต่ควรมีสินทรัพย์ที่ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้อย่างมั่นคงด้วย ทองคำเลยเป็นตัวช่วยในการบริหารความเสี่ยงที่ต้องมีติดพอร์ตเสมอ



แต่รู้กันหรือไม่ว่าสำหรับการลงทุนทองของ “นักลงทุนไทย” ซับซ้อนกว่าการดูว่าราคาทองโลกขึ้นหรือลงเพียงอย่างเดียวนั่นคือ “ค่าเงินบาท”

เพราะราคาทองคำในตลาดโลกอ้างอิงด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ USD ขณะที่เวลาคนไทยซื้อขายทองด้วยเงินบาท ผลตอบแทนที่เราเห็นจึงเกิดจากทั้ง ราคาทองโลก + การเคลื่อนไหวของ USD/THB พร้อมกัน

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า วันหนึ่งราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้น นักลงทุนมองถูกว่าทองกำลังเป็นขาขึ้น แต่ในช่วงเวลาเดียวกันเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กำไรจากราคาทองบางส่วนอาจถูกการแข็งค่าของเงินบาทหักล้างไป

ในทางกลับกัน บางช่วงราคาทองโลกอาจไม่ได้ขยับมาก แต่เงินบาทอ่อนค่าลง ราคาทองที่คำนวณเป็นเงินบาทก็อาจปรับขึ้นได้

ดังนั้น สำหรับนักลงทุนไทย การซื้อทองด้วยเงินบาทจึงเหมือนต้องมองตลาดพร้อมกันถึง 2 เรื่อง ก็คือ “ราคาทองคำโลก” และ “ค่าเงินบาท”

แต่ปัญหาคือ “จังหวะที่ดี” ของสองอย่างนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอไป


เมื่อจังหวะของ "ค่าเงินบาท" และ "ราคาทอง" ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอไป การแยก "จังหวะแลกเงิน" ออกจาก "จังหวะซื้อทอง" จึงอาจช่วยให้วางแผนการลงทุนได้ง่ายมากขึ้น

นักลงทุนสามารถเลือกแลก USD ในช่วงที่เห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่เหมาะสม แล้วถือ USD รอไว้ก่อน โดยไม่จำเป็นต้องรีบซื้อทองทันที เมื่อราคาทองอยู่ในระดับที่ต้องการ จึงค่อยนำ USD ไปซื้อทองได้


และในจังหวะที่รอทองคำปรับตัวลงอยู่ ระหว่างนั้น K PLUS Global Savings Account ก็จะเข้ามาช่วยทำให้การบริหารเงินมีประสิทธิภาพขึ้นได้ เพราะเงินฝาก USD สามารถรับดอกเบี้ย สูงสุด 2.25% ต่อปี*


สำหรับนักลงทุนที่มองทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต การมี K PLUS Global Savings Account จึงไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องการเก็บเงินต่างประเทศ แต่ยังทำหน้าที่เป็น “กุญแจ” ที่ช่วยแยกจังหวะของเงินออกจากจังหวะของการลงทุน


แลก USD ในจังหวะที่เหมาะ พักเงินระหว่างรอโอกาส และซื้อทองเมื่อราคาทองอยู่ในจังหวะที่ต้องการ

เพราะบางครั้ง การลงทุนที่ดีอาจไม่ได้อยู่ที่การทายให้ถูกว่าพรุ่งนี้ทองจะขึ้นหรือเงินบาทจะอ่อน

แต่อยู่ที่การเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อจังหวะที่เรารอคอยมาถึง

K PLUS Global Savings Account อีกหนึ่งกุญแจที่ช่วยเปิดประตูจากการถือ USD สู่โอกาสซื้อขายทองคำระดับโลก


Back to top