สรุป 4 ธีมการลงทุนหลักในปี 2026 จากทีม K WEALTH CIO​

กดฟัง
หยุด

ธีมที่ 1️⃣: เศรษฐกิจยังไปต่อ แต่ต้องรู้จังหวะ

เศรษฐกิจยังโตได้แม้อยู่ในช่วงปลายของวัฏจักรแล้ว เพราะยังได้แรงหนุนจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงนโยบายการคลังยังขยายตัว พร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน & AI และที่สำคัญ ยังคงเห็นสภาพคล่องในตลาดการลงทุนในระดับสูง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ถดถอย สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการเติบโตของสินทรัพย์เสี่ยง

📍 กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำให้เลือกลงทุนเชิงคัดสรร (Selective) มากกว่าซื้อทั้งตลาด หรือการลงทุนแบบ Global Multi-Asset Fund ด้วยกองทุน K-WealthPLUS Series เลือกลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยง


ธีมที่ 2️⃣: เงินเริ่มย้ายจากอเมริกา ไปหาที่ที่ถูกและคุ้มกว่า

จากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หุ้น US โดยเฉพาะกลุ่ม Mag 7 มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นมาก แต่ในปี 2026 มีการคาดการณ์ว่าการเติบโตของกำไรจะเริ่มกระจายออกไปยังหุ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่ฟื้นตัวได้ดี และยังมี Valuation ที่ต่ำกว่า

โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่กำลังเข้าสู่ K-Shape Expansion ซึ่งมีกลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำตลาด อย่างเช่น อินเดีย ไต้หวันและเกาหลีใต้ ที่ได้แรงหนุนจาก Semiconductor, AI cycle และการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งของอินเดีย

📍 กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นเอเชีย หรือกลุ่มเทคฯ เอเชีย, หุ้น US ที่ไม่ใช่Mag 7 เช่น กลุ่ม Healthcare หรือแม้แต่หุ้นยุโรปก็ถือว่าน่าสนใจ


ธีมที่ 3️⃣ : การเติบโตของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นเทคฯ

หลังช่วงโควิดเป็นต้นมา จะบอกว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวโดยมี AI เป็น "เดอะแบก" ก็ไม่ผิด แต่หลังจากนี้ตลาด AI กำลังเข้าสู่คลื่นลูกที่สอง (AI’s Second Wave) ซึ่งจะเริ่มเห็นเม็ดเงินจะเริ่มย้ายจาก Hyperscaler ที่มีมูลค่าสูง มาสู่ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่เป็นรากฐานของ AI แทน

ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า, สายส่ง, แหล่งกักเก็บพลังงาน, Data Center ไปจนถึงระบบความปลอดภัยอย่าง Cybersecurity

📍 กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำให้เลือกลงทุน Global Infrastructure และเน้นธีมที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของ AI เช่น Cybersecurity, Cloud, Data Center รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มพลังงานพร้อมระบบกักเก็บ (Energy Storage)


ธีมที่ 4️⃣: อุ่นใจขึ้น เมื่อพอร์ตมีตราสารหนี้คุณภาพ
ในปี 2026 เราจะได้เห็นความเสี่ยงเรื่องนโยบายการเงินที่ “แตกต่างกัน” ระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ที่มากขึ้น โดยเฉพาะทาง Fed ที่มีแรงกดจากหลายทาง ทั้งจากเงินเฟ้อที่สูง ความไม่แน่นอนจากนโยบาย Trump และความเป็นอิสระของ Fed ที่กำลังถูกท้าทาย

📍 กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับใครที่อยากลดความเสี่ยงของพอร์ต และต้องการรายได้ที่สม่ำเสมอ มั่นคง ยังคงแนะนำให้เน้น “ตราสารหนี้คุณภาพสูง” (Investment Grade) เป็นหลัก


การลงทุนยุคนี้ ไม่ใช่แค่ “หาผลตอบแทน”
แต่คือการ จัดพอร์ตให้พร้อมรับทุกจังหวะของโลก

📲 เริ่มลงทุนตามมุมมอง K WEALTH ได้ง่าย ๆ ผ่าน K PLUS
เลือกกองทุนที่เหมาะกับคุณ จัดพอร์ตได้ครบ จบในที่เดียว

💚 รู้ธีมแล้ว อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป ไปลงทุนต่อที่ K PLUS ได้เลยวันนี้



คำเตือน

ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขและผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Back to top