Global Perspectives: มีสินทรัพย์ส่งต่อ แต่รู้ได้อย่างไรว่าพร้อม

กดฟัง
หยุด

  • ความท้าทายของครอบครัวมั่งคั่งไทยอาจไม่ใช่การสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้สิ่งที่สร้างมาแล้วสามารถรับมือกับความไม่แน่นอน และเดินต่อไปได้ตามเจตนาของครอบครัว
  • ผลสำรวจสะท้อนภาพที่ชวนคิด ผู้มีความมั่งคั่งไทยจำนวนมากรู้ว่าตนต้องการอะไรและเชื่อมั่นในสิ่งที่มี แต่เมื่อมองลึกลงไป ความพร้อมด้านโครงสร้างพอร์ต แผนสืบทอด การสื่อสาร และการเตรียมคนรุ่นถัดไปยังตามหลังความตั้งใจอยู่ ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนจึงต้องเปลี่ยนจาก “ความมั่นใจ” ให้เป็น “ระบบ” และเปลี่ยนจาก “ความตั้งใจส่งต่อ” ให้เป็นบทสนทนา แผนงาน และการลงมือทำร่วมกัน

บางครั้ง ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของความมั่งคั่ง อาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาด แต่คือช่องว่างระหว่างสิ่งที่ครอบครัวเชื่อว่าพร้อม กับสิ่งที่ได้เตรียมไว้จริง


ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยี ผู้มีความมั่งคั่งต้องตัดสินใจหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งการสร้างผลตอบแทน รักษาสภาพคล่อง ควบคุมความเสี่ยง และดูแลอนาคตของครอบครัว รายงาน The Wealth Blueprint ของ Lombard Odier สะท้อนว่า ผู้มีความมั่งคั่งไทยยังมีความเชื่อมั่นและมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ตัวเลขหลายชุดกลับชี้ให้เห็นความย้อนแย้งระหว่างสิ่งที่เชื่อ สิ่งที่กังวล สิ่งที่ต้องการ และสิ่งที่ลงมือทำ


ความย้อนแย้งเหล่านี้ไม่ใช่คำตัดสินว่าครอบครัวใดบริหารความมั่งคั่งได้ดีหรือไม่ดี แต่เป็นเสมือนกระจกที่ช่วยให้แต่ละครอบครัวถามตัวเองว่า ความมั่นใจของเรามีโครงสร้างรองรับแล้วหรือยัง


1. Confidence Paradox: มั่นใจว่าพอร์ตพร้อม แต่โครงสร้างอาจยังไม่พร้อม


  • ผู้มีความมั่งคั่งไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าพอร์ตและสินทรัพย์ของตนถูกจัดไว้เพื่อรองรับเป้าหมายสำคัญแล้ว แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ใช้กลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์แบบครบวงจร ความต่างนี้ทำให้เห็นว่า “การมีสินทรัพย์หลายประเภท” อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกับ “การมีพอร์ตที่ทุกส่วนทำงานร่วมกัน”
  • สิ่งที่ Paradox นี้กำลังบอกเรา: พอร์ตที่ดูหลากหลายอาจยังมีความเสี่ยงซ้ำซ้อน ขาดสภาพคล่องในเวลาที่ต้องใช้ หรือไม่สอดคล้องกับภาระของครอบครัว จุดเริ่มต้นจึงไม่ใช่การเพิ่มผลิตภัณฑ์ แต่คือการทำให้สินทรัพย์ทุกส่วนมีบทบาทที่ชัดเจนภายใต้เป้าหมายเดียวกัน

จัดทำ Wealth Map ของครอบครัว แยกสินทรัพย์ตามหน้าที่ เช่น สภาพคล่อง การเติบโต การสร้างรายได้ และการส่งต่อ จากนั้นทบทวนทั้งพอร์ตในภาพรวมว่าความเสี่ยง ระยะเวลา และกระแสเงินสดสอดคล้องกับเป้าหมายจริงหรือไม่


2. Risk Paradox: กังวลความผันผวน แต่ยังต้องการผลตอบแทน สภาพคล่อง และความเสี่ยงที่ลดลงพร้อมกัน

ผลสำรวจสะท้อนว่า นักลงทุนยังต้องการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน ขณะเดียวกันก็ต้องการเงินสดไว้ใช้ด้านอื่นและต้องการลดความเสี่ยง เป้าหมายทั้งสามไม่จำเป็นต้องขัดกัน แต่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการเลือกและจัดลำดับความสำคัญ


สิ่งที่ Paradox นี้กำลังบอกเรา: ความกังวลต่อการปรับฐานของตลาดหุ้นยังเกิดขึ้นพร้อมกับความตั้งใจเพิ่มการลงทุนในหุ้น ภาพนี้ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนตัดสินใจผิด แต่อาจสะท้อนว่าความเชื่อระยะยาวและความกังวลระยะสั้นยังไม่ได้ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันในแผนเดียว


คำแนะนำ:

กำหนดลำดับเป้าหมายก่อนตัดสินใจเพิ่มความเสี่ยง แยกเงินที่ต้องใช้ในระยะใกล้ออกจากเงินลงทุนระยะยาว และกำหนดกรอบล่วงหน้าว่าจะเพิ่ม ลด หรือปรับสมดุลสินทรัพย์เมื่อใด เพื่อไม่ให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตลาด


3. Succession Paradox: อยากรักษาความมั่งคั่งข้ามรุ่น แต่ยังไม่ได้ทำให้การส่งต่อเกิดขึ้นจริง

การรักษาความมั่งคั่งข้ามรุ่นเป็นเป้าหมายสำคัญของครอบครัวไทย แต่จำนวนครอบครัวที่มีแผนสืบทอดอย่างครบถ้วนยังมีจำกัด นี่คือช่องว่างระหว่าง Intention กับ Implementation ที่ชัดเจนที่สุดในรายงาน


สิ่งที่ Paradox นี้กำลังบอกเรา: หลายครอบครัวรู้ว่าต้องวางแผน แต่ติดอยู่ที่คำถามว่าใครควรได้รับอะไร ใครควรมีบทบาทอย่างไร และจะจัดการเรื่องละเอียดอ่อนโดยไม่กระทบความสัมพันธ์ได้อย่างไร การชะลอการสนทนาอาจทำให้ทางเลือกของครอบครัวลดลงเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด


คำแนะนำ:

เริ่มจากการทำบัญชีทรัพย์สิน ผู้เกี่ยวข้อง และเจตนาของครอบครัว ก่อนพัฒนาเป็นแผนสืบทอดที่ระบุบทบาท ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมทบทวนด้านกฎหมาย ภาษี และโครงสร้างการถือครองกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง


4. Communication Paradox: รู้ว่าต้องคุย แต่เรื่องสำคัญที่สุดกลับยังไม่ถูกพูดถึง

ครอบครัวจำนวนมากมองว่าการสื่อสารคือหัวใจของธรรมาภิบาล แต่บางครอบครัวยังไม่มีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน หรือยังไม่เคยพูดคุยกันว่า ความมั่งคั่งมีไว้เพื่ออะไร ความย้อนแย้งนี้ทำให้การสื่อสารเป็นทั้งปัญหาและคำตอบในเวลาเดียวกัน


สิ่งที่ Paradox นี้กำลังบอกเรา: เมื่อสมาชิกแต่ละคนมีมุมมองต่อธุรกิจ การลงทุน และอนาคตต่างกัน ความเงียบอาจสร้างความเข้าใจว่า “ทุกคนเห็นตรงกัน” ทั้งที่ความคาดหวังยังไม่เคยถูกเปิดเผย ความขัดแย้งจึงมักปรากฏขึ้นในวันที่ต้องตัดสินใจจริง


คำแนะนำ:

จัด Family Conversation อย่างเป็นทางการ เริ่มจากคำถามที่ไม่ผูกกับการแบ่งทรัพย์สินทันที เช่น ความมั่งคั่งควรทำหน้าที่อะไร ค่านิยมใดต้องการรักษา และเรื่องใดที่แต่ละรุ่นกังวล จากนั้นบันทึกข้อสรุปและกำหนดจังหวะทบทวนร่วมกัน


5. Next Gen Paradox: เชื่อว่าธุรกิจพร้อมส่งต่อ แต่ยังไม่มั่นใจว่าคนรับช่วงพร้อม

ครอบครัวอาจเตรียมโครงสร้างธุรกิจและทรัพย์สินไว้อย่างดี แต่ยังไม่แน่ใจว่าคนรุ่นถัดไปสามารถดูแลความมั่งคั่งได้อย่างรับผิดชอบ ความย้อนแย้งนี้ชี้ว่า การเตรียม “ของที่จะส่งต่อ” และการเตรียม “คนที่จะรับช่วง” เป็นคนละเรื่องกัน


สิ่งที่ Paradox นี้กำลังบอกเรา: ความพร้อมของ Next Gen ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่ได้รับทรัพย์สิน แต่สะสมจากความรู้ ประสบการณ์ ความเข้าใจในค่านิยมของครอบครัว และโอกาสทดลองตัดสินใจภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม


คำแนะนำ:

สร้างแผนพัฒนา Next Gen เป็นลำดับ เริ่มจากการให้ความรู้ด้านการเงินและธุรกิจ เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจจริง กำหนดบทบาทและเกณฑ์ความพร้อมที่ชัดเจน และใช้การส่งต่อแบบค่อยเป็นค่อยไปแทนการถ่ายโอนความรับผิดชอบทั้งหมดในครั้งเดียว


6. Digital Paradox: เปิดรับโลกดิจิทัล แต่การปกป้องความมั่งคั่งยังตามไม่ทัน

ผู้มีความมั่งคั่งไทยมองว่านวัตกรรมดิจิทัลจะเปลี่ยนโลกการบริหารความมั่งคั่ง แต่ความเสี่ยงด้านไซเบอร์กลับไม่ได้ถูกมองเป็นความกังวลลำดับต้น ภาพนี้สะท้อนช่องว่างระหว่างความสะดวกที่เทคโนโลยีมอบให้กับระดับการปกป้องที่ครอบครัวเตรียมไว้


สิ่งที่ Paradox นี้กำลังบอกเรา: ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่ที่มูลค่าในพอร์ต แต่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิการเข้าถึงบัญชี เอกสารสำคัญ และความต่อเนื่องในการบริหารทรัพย์สิน หากผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่สามารถดำเนินการได้


คำแนะนำ:

จัดทำบัญชีสินทรัพย์และช่องทางดิจิทัลที่สำคัญ กำหนดสิทธิการเข้าถึงและผู้รับผิดชอบ ใช้มาตรการยืนยันตัวตนที่เหมาะสม และเตรียมแผนส่งต่อข้อมูลจำเป็นโดยไม่เปิดเผยรหัสหรือข้อมูลสำคัญเกินความจำเป็น


ความพร้อมที่แท้จริง ต้องมองเห็นได้ในโครงสร้างและการลงมือทำ

ภาพรวมของทั้ง 6 Paradoxes เชื่อมกันด้วยแกนเดียว: ผู้มีความมั่งคั่งไทยมีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการ และมีความเชื่อมั่นต่อสิ่งที่ตนมี แต่โครงสร้างที่จะพาพอร์ต ครอบครัว และคนรุ่นถัดไปไปถึงเป้าหมายนั้นยังต้องได้รับการพัฒนา


การมีสินทรัพย์ ไม่เท่ากับการมีแผน และการมีแผน ยังไม่เท่ากับการมีคนที่พร้อมเดินตามแผน

ทางออกจึงไม่ใช่การแก้ทุกเรื่องพร้อมกัน แต่คือการเริ่มจากช่องว่างที่สำคัญที่สุดของครอบครัว บางครอบครัวอาจต้องเริ่มจากการทบทวนพอร์ต บางครอบครัวต้องเริ่มจากแผนสืบทอด และบางครอบครัวอาจต้องเริ่มจากบทสนทนาที่เลื่อนมานาน


ท้ายที่สุด ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้วัดจากมูลค่าของสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถของครอบครัวในการตัดสินใจร่วมกัน รับมือกับความเปลี่ยนแปลง และส่งต่อทั้งทรัพย์สิน ความรู้ และเจตนารมณ์ไปยังคนรุ่นถัดไป


แหล่งข้อมูลและข้อควรระวัง

เรียบเรียงจาก Lombard Odier, The Wealth Blueprint: Building Wealth, Sustaining Legacy - Thailand, มิถุนายน 2026 ซึ่งสำรวจผู้มีความมั่งคั่งสูงกว่า 390 รายในประเทศไทยและอีก 8 ตลาดเอเชียแปซิฟิก


บทความเลือกใช้ตัวเลขเฉพาะที่ช่วยยืนยัน Key Message และใช้คำว่า “Paradox” เป็นกรอบการเล่าเรื่องจากผลสำรวจในภาพรวม ไม่ได้หมายความว่าคำตอบที่ดูย้อนแย้งทุกคู่มาจากผู้ตอบรายเดียวกัน


บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ถือเป็นคำเสนอหรือคำแนะนำให้ซื้อ ขาย หรือถือหลักทรัพย์หรือเครื่องมือทางการเงิน และไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ ฐานะการเงิน หรือข้อจำกัดของผู้ลงทุนรายใดรายหนึ่ง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล เงื่อนไข และความเสี่ยง รวมถึงขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Lombard Odier https://www.lombardodier.com/insights/2026/may/lombard-odier-s-2026-asia-pacific-high-net-worth-individuals-study-clear-priorities-but-limited-frameworks.html


คำเตือน

Disclaimer: โฆษณาของธนาคารกสิกรไทย นำอ้างอิงข้อมูลที่ Lombard Odier เผยแพร่โดยทั่วไป มิได้จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ หรือเป็นการให้คำแนะนำการลงทุน / ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / สนใจลงทุนขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารกสิกรไทย

ผู้เขียน

K WEALTH

Back to top