-
น้ำลดแต่ความเสี่ยงโรคภัยไม่ลด ผู้ประสบอุทกภัยต้องระวัง 4 โรคสำคัญ ได้แก่ โรคฉี่หนู โรคอุจจาระร่วง โรคน้ำกัดเท้า และโรคไข้เลือดออก ซึ่งใกล้ตัวกว่าที่คิด
-
การป้องกันเชิงรุกและการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดช่วยลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยได้ แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การเตรียมความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
-
วางแผนรับมือค่ารักษาพยาบาลยามฉุกเฉินด้วยทางเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสม ช่วยปกป้องเงินออมและรักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
สถานการณ์น้ำท่วมไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับภัยเงียบด้านสุขภาพและภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด การเตรียมความพร้อมรอบด้านจึงเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
น้ำลด แต่ความเสี่ยงไม่ลด! 4 โรคที่ต้องระวังในช่วงน้ำท่วม
วิกฤตอุทกภัยมักทิ้งร่องรอยความเสียหายและปัญหาสุขภาพไว้เบื้องหลัง แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่เชื้อโรคและความอับชื้นยังคงเป็นภัยใกล้ตัวที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การรู้เท่าทันโรคระบาดที่มักมากับน้ำท่วมจะช่วยให้คุณและครอบครัวรับมือได้อย่างทันท่วงที
-
โรคฉี่หนู (Leptospirosis) เกิดจากการสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ติดเชื้อ ผ่านทางบาดแผล รอยขีดข่วน หรือเยื่อบุต่างๆ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง โดยเฉพาะน่องและโคนขา
-
โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ เกิดจากการบริโภคน้ำดื่มและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคจากน้ำท่วมขัง ส่งผลให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ และอ่อนเพลียจากภาวะขาดน้ำ
-
โรคน้ำกัดเท้าและการติดเชื้อที่ผิวหนัง เกิดจากการแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานาน หรือปล่อยให้เท้าอับชื้น ส่งผลให้ผิวหนังเปื่อย คัน และเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราตามมา
-
โรคไข้เลือดออก มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากภาชนะหรือจุดที่มีน้ำขังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พาหะนำโรคไข้เลือดออกที่แพร่กระจายได้ง่ายในช่วงหลังน้ำลด
กลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวควรได้รับการดูแลและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายอาจไม่แข็งแรงเท่าคนทั่วไป
ป้องกันก่อนป่วย ดีกว่ารอรักษา! เช็กลิสต์ดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วม
การดูแลสุขอนามัยเบื้องต้นถือเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถปฏิบัติได้ตามแนวทางดังนี้
-
ก่อนลุยน้ำ ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่รัดกุม เช่น รองเท้าบูตยาง ถุงมือยาง และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ผิวหนังสัมผัสน้ำโดยตรง หากมีบาดแผลควรปิดพลาสเตอร์กันน้ำให้สนิท
-
ระหว่างน้ำท่วม หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำท่วมขังมาล้างภาชนะใส่อาหาร ดื่มและใช้น้ำสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วเท่านั้น และรักษาร่างกายให้แห้งอยู่เสมอ
-
หลังสัมผัสน้ำ รีบทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที ล้างและเช็ดเท้าให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันความอับชื้นและการเกิดเชื้อรา
-
เมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ หมั่นสังเกตอาการตนเอง หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสียเรื้อรัง หรือแผลเริ่มมีอาการอักเสบ บวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
แม้จะป้องกันตัวดีเพียงใด อุบัติเหตุทางสุขภาพหรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันก็ยังอาจเกิดขึ้นได้เสมอ การเตรียมความพร้อมรับมือด้านค่าใช้จ่ายจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ป่วยกะทันหัน ค่าใช้จ่ายไม่ทันตั้งตัว วางแผนค่ารักษาอย่างไรให้อุ่นใจ
การเจ็บป่วยกะทันหันที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือมีความจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อเงินออมและแผนการเงินระยะยาวที่วางไว้ การมีเพียงเงินสำรองฉุกเฉินอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในปัจจุบันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
การเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสมจึงเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ช่วยถ่ายโอนภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ให้บริษัทประกันดูแล เพื่อให้คุณรักษาตัวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย โดยทางเลือกในการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพจาก K WEALTH มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ดังนี้
- Elite Health Plus
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองระดับพรีเมียม ให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงตั้งแต่ 20 - 100 ล้านบาทต่อปี พร้อมความคุ้มครองผู้ป่วยใน (IPD) ค่าห้อง 10,000 - 25,000 บาทต่อวัน หรือไม่เกินค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐาน (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) หมดห่วงไม่ว่าจะเลือกนอนโรงพยาบาลไหนก็ตาม รวมถึงความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ตามเงื่อนไขของแผน
- D Health Lite
วงเงินค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง ไม่จำกัดวงเงินต่อปี เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่มีสวัสดิการพื้นฐานอยู่แล้ว และต้องการความคุ้มครองส่วนเกิน โดยสามารถเลือกปรับลดเบี้ยประกันให้ประหยัดยิ่งขึ้นด้วยการเลือกแผนแบบมีความรับผิดส่วนแรกหรือแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี และคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี พร้อมทางเลือกในการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น ค่ารักษามะเร็งหรือโรคไตวายเรื้อรังแบบผู้ป่วยนอก เงินก้อนโรคร้ายแรง และสิทธิพิเศษจากโรงพยาบาลคู่สัญญาผ่าน MTL Smile Hospital Network
ตารางเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ
รายละเอียดความคุ้มครอง
|
Elite Health Plus
| D Health Lite
|
วงเงินความคุ้มครอง
| 20 - 100 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
| เหมาจ่ายสูงสุด 5 ล้านบาทต่อการ
เข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง (ไม่จำกัดวงเงิน/ปี)
|
ค่าห้องผู้ป่วยใน (IPD)
| 10,000 - 25,000 บาท/วัน
หรือค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐาน (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า)
| 4,000 บาท/วัน
|
ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD)
| ครอบคลุมตามแผนที่เลือก
| ซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้
|
การรักษาพิเศษ
| ครอบคลุมการล้างไต และ
การรักษามะเร็ง Targeted Therapy
| ซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้
|
ความยืดหยุ่นเบี้ยประกัน
| เลือกวงเงินและประเทศที่คุ้มครอง
| เลือก Deductible / Copayment
เพื่อจ่ายเบี้ยถูกลงได้
|
ระยะเวลาคุ้มครอง
| สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี
คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
| สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี
คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
|
ก่อนตัดสินใจสมัครประกันสุขภาพ ควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครอง ข้อยกเว้น ระยะเวลารอคอย และเงื่อนไขการรับประกันภัยให้ถี่ถ้วน นอกจากนี้ การวางแผนเลือกความคุ้มครองให้สอดคล้องกับงบประมาณและสวัสดิการที่มีอยู่จึงช่วยสร้างความอุ่นใจและรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้ได้อย่างมั่นคง
หมายเหตุ:
- หลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้
- การขอเอาประกันภัย เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกสัญญาประกันภัยหลัก หรือ สัญญาเพิ่มเติมอาจจะมีผลกระทบกับจำนวนค่าเบี้ยประกันภัยที่สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
- ผลประโยชน์ ความคุ้มครองและข้อยกเว้น เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบมจ.เมืองไทยประกันชีวิต
- สัญญาเพิ่มเติมต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
- ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.muangthai.co.th/th/health-insurance เมืองไทยประกันชีวิต