-
Structural Story ยังอยู่ ความต้องการลงทุนในระบบไฟฟ้าจาก AI และ Data Center ยังสนับสนุน Infrastructure ในระยะยาว แต่ธีมที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจังหวะลงทุนที่ดีที่สุดเสมอไป
-
Higher-for-Longer กดดัน Utilities ผ่านการแข่งขันกับผลตอบแทนพันธบัตร ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และแรงกดดันต่อ Valuation
-
K WEALTH ปรับมุมมอง Utilities จาก Slightly Positive เป็น Neutral เพราะ Bond Yield มีโอกาสอยู่สูง ขณะที่ Earnings Growth ของกลุ่มยังเป็นรอง Sector อื่น ทำให้ Risk-Reward ระยะสั้นลดความน่าสนใจลง AI ยังต้องการ Infrastructure แต่ “ธีมดี” อาจไม่เท่ากับ “จังหวะดี”
การเติบโตของ AI และ Data Center ไม่ได้ต้องการเพียงชิปหรือซอฟต์แวร์ แต่ยังต้องอาศัยการลงทุนในระบบไฟฟ้าและ Grid เพื่อรองรับการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Infrastructure ยังคงเป็นหนึ่งใน Structural Themes ที่น่าติดตามระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุน คำถามสำคัญไม่ได้มีเพียงว่า “ความต้องการ Infrastructure จะเพิ่มขึ้นหรือไม่” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า ราคาที่จ่ายและผลกำไรที่จะได้รับในวันนี้คุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่
ตัวอย่างเช่น ธีม Grid มี Exposure ต่อบริษัทที่ขายอุปกรณ์รองรับ AI Capex จริง แต่ข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณาของ K WEALTH ชี้ว่ากลุ่มดังกล่าวมีทั้งความเป็นวัฏจักรและ Valuation ที่สะท้อนความคาดหวังไปพอสมควร โดย Industrials ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Grid ซื้อขายที่ Forward P/E 23.2 เท่า เทียบกับ S&P 500 ที่ 19.2 เท่า
ดังนั้น Long-term Growth Story ยังคงอยู่ แต่จังหวะเข้าลงทุนต้องพิจารณา Risk-Reward ควบคู่กัน
Higher-for-Longer เปลี่ยนสมการของ Utilities
แรงกดดันสำคัญในระยะนี้มาจาก Bond Yield ระยะยาวที่อาจอยู่สูงนานกว่าที่ตลาดเคยคาด แม้ Fed จะไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือ Term Premium หรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนต้องการเพื่อชดเชยความเสี่ยงของการถือพันธบัตรระยะยาว โดยความเสี่ยงด้านการคลังและอุปทานพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่สามารถทำให้ Bond Yield ระยะยาวทรงตัวในระดับสูงได้
สำหรับ Utilities ผลกระทบเกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน เพราะเมื่อพันธบัตรรัฐบาลให้ Yield สูงขึ้น ความน่าสนใจของหุ้นปันผลลดลง ขณะเดียวกัน Utilities เป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนและหนี้สูง จึงต้องเผชิญต้นทุน Refinancing ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง Discount Rate ที่สูงขึ้นยังกดดัน Valuation ของกระแสเงินสดระยะยาว
Valuation ไม่แพง แต่ Earnings Growth ยังไม่โดดเด่น
อีกเหตุผลที่ทำให้เราระมัดระวังคือ แม้ Valuation ของ Utilities ไม่ได้อยู่ในระดับแพงมาก แต่ Earnings Growth ยังเป็นรองทางเลือกอื่น
ข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณาระบุว่า US Utilities ซื้อขายที่ประมาณ 15 เท่าของ P/E เทียบกับกรอบย้อนหลัง 10 ปีที่ 12-18 เท่า แต่มี Earnings Growth ราว 9% ขณะที่ Technology ในชุดข้อมูลเดียวกันมี Forward P/E ราว 17.2 เท่า พร้อม Earnings Growth ประมาณ 40%
ประวัติศาสตร์ของ Rate Cycle ก็เป็นอีกสัญญาณที่ควรระวัง โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 1999 ถึง ก.ย. 2026 พบว่า Utilities ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า MSCI ACWI ใน 4 จาก 5 Hiking Cycles ที่นำมาศึกษา ส่วนในวัฏจักรปัจจุบันนับจาก ก.ย. 2024 Utilities ให้ผลตอบแทนประมาณ 6% เทียบกับ ACWI ที่ 33% และ Technology ที่ 77%
จึงไม่ใช่คำถามว่า Utilities “ถูกหรือแพง” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ Opportunity Cost ว่าในระดับ Valuation ใกล้เคียงกัน นักลงทุนสามารถหา Earnings Growth ที่ดีกว่าจากส่วนอื่นของตลาดได้หรือไม่
Structural Conviction ยังอยู่ แต่ Tactical Discipline สำคัญกว่า
ด้วยเหตุนี้ K WEALTH จึงปรับมุมมอง Utilities จาก Slightly Positive สู่ Neutral ไม่ใช่เพราะมองว่า Infrastructure Theme สิ้นสุดลง แต่เพราะแรงกดดันจาก Bond Yield และ Earnings Growth ที่เป็นรอง ทำให้ Risk-Reward ระยะสั้นลดความน่าสนใจลง
แนวคิดนี้สะท้อนความแตกต่างระหว่าง Structural View กับ Tactical Positioning ได้อย่างชัดเจน เราสามารถเชื่อว่า AI, Data Center และระบบไฟฟ้าจะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันก็เลือกลดน้ำหนักในช่วงที่ปัจจัยด้านราคา ต้นทุนเงินทุน และ Earnings ยังไม่เอื้ออำนวย
มุมมองการลงทุน
เราไม่ได้เลิกเชื่อใน Infrastructure แต่เลือกให้ความสำคัญกับ Risk-Reward มากขึ้น
สำหรับผู้ที่ลงทุนใน K-GINFRA อยู่และสามารถรับความผันผวนได้ การถือต่อยังเป็นทางเลือกตามความเหมาะสม เพราะกองทุนยังมีพื้นฐานธุรกิจและกระแสเงินสดรองรับ และมีโอกาสฟื้นหาก Bond Yield ทรงตัวหรือลดลง อย่างไรก็ตาม เอกสารประเมินว่าการฟื้นตัวอาจช้ากว่าทางเลือกอื่น
ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยง สามารถพิจารณา K-GDBOND หรือ K-WPBALANCED ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงหุ้นได้และต้องการโอกาสเติบโต สามารถพิจารณาทยอยปรับไป K-GNEXT ตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม
ธีมระยะยาวยังดี แต่เมื่อ Tactical Headwinds ยังไม่คลี่คลาย การเลือกจังหวะและเลือกแหล่ง Earnings Growth ที่เหมาะสม อาจสำคัญกว่าการไล่ตามธีม
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-GDBOND, K-WPBALANCED: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-GINFRA, K-GNEXT: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GINFRA, K-GNEXT: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+5 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 5 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+5) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GDBOND: T+2
- K-GINFRA, K-GNEXT: T+4
- K-WPBALANCED: T+5