Stroke รู้ก่อน ป้องกันได้ เพราะทุกนาทีมีความหมาย

เตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อรับมือวิกฤตสุขภาพด้วยประกันโรคร้ายแรง

กดฟัง
หยุด
​
    ​
  • ​ โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นวิกฤตสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งทุกนาทีหมายถึงเซลล์สมองที่ถูกทำลาย การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนและการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • ​
  • ​ ​ ผลกระทบจาก Stroke ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรักษาพยาบาล แต่ยังรวมถึงการขาดรายได้และค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูระยะยาว การเตรียมเงินก้อนสำรองจึงเป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่ไม่ควรมองข้าม
  • ​
  • ​ ​ ประกันโรคร้ายแรง เลือกได้ตามใจ มอบความคุ้มครองที่ตรงจุดด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาท คุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สมัครง่ายผ่านออนไลน์โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ
  • ​
​

เมื่อวิกฤตสุขภาพอย่างโรคหลอดเลือดสมองอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว การเตรียมความพร้อมอย่างครอบคลุมทั้งในมิติของการดูแลสุขภาพและการวางแผนการเงิน จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณและครอบครัวรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างมั่นใจ


ทำความรู้จัก Stroke และความสำคัญของเวลา: ทุกนาทีคือชีวิตและความเสี่ยงที่สะสม

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ ตัน หรือแตก ส่งผลให้เซลล์สมองสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็ว ในทางการแพทย์ ทุกนาทีที่ผ่านไปหลังจากเกิดภาวะ Stroke หมายถึงการสูญเสียเซลล์สมองจำนวนมหาศาล ดังนั้น ช่วงเวลาทอง 3-4.5 ชั่วโมงแรกหลังจากปรากฏอาการ จึงเป็นปัจจัยตัดสินสำคัญที่จะลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดความพิการถาวรหรือการเสียชีวิต การตระหนักรู้ถึงสัญญาณเตือนและการนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด


สัญญาณเตือนภัยเงียบเร่งด่วนที่ไม่ควรมองข้าม

การจดจำสัญญาณเตือน Stroke สามารถทำได้ผ่านหลักการ BE FAST ซึ่งเป็นเครื่องมือสังเกตอาการเบื้องต้นที่แม่นยำและเข้าใจง่าย

    ​
  • ​B - Balance: เสียการทรงตัว เดินเซ หรือเวียนศีรษะอย่างรวดเร็ว
  • ​
  • E - Eyes: มองเห็นภาพซ้อน ภาพพร่ามัว หรือสูญเสียการมองเห็นในตาข้างใดข้างหนึ่งฉับพลัน
  • ​
  • F - Face: ใบหน้าเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มแล้วหน้าไม่เท่ากัน
  • ​
  • A - Arm: แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก ยกแขนไม่ขึ้น
  • ​
  • S - Speech: พูดไม่ชัด พูดลำบาก นึกคำพูดไม่ออก หรือไม่เข้าใจคำสั่งภาษา
  • ​
  • T - Time: เมื่อพบอาการเหล่านี้ ให้รีบโทรแจ้ง 1669 หรือพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
  • ​
​

ปัจจัยเสี่ยงรอบตัวที่เราสามารถควบคุมและป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

แม้ว่าปัจจัยบางประการอย่างอายุและประวัติครอบครัวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่ของ Stroke เป็นเรื่องของพฤติกรรม สุขภาพ และการใช้ชีวิตที่สามารถบริหารจัดการได้ การคุมความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด และระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถือเป็นแนวทางแรกในการลดความเสี่ยงสะสมที่อาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดสมองในอนาคต


ผลกระทบลูกคลื่นเมื่อเกิด Stroke: เมื่อวิกฤตสุขภาพกลายเป็นวิกฤตทางการเงิน

วิกฤตจากโรคหลอดเลือดสมองมักไม่ได้จบลงแค่วันที่ออกจากโรงพยาบาล แต่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างเหมือนระลอกคลื่นที่ส่งผลต่อโครงสร้างทางการเงินของครอบครัวทั้งหมด ผู้ป่วย Stroke จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำกายภาพบำบัด การฝึกพูด และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสม ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลาในขณะที่ความสามารถในการสร้างรายได้ของผู้ป่วยหรือผู้ดูแลอาจลดลงหรือสูญเสียไปโดยสิ้นเชิง


คำถาม: Stroke ส่งผลกระทบทางการเงินอย่างไร และทำไมต้องเตรียมเงินก้อน?

คำตอบ: ภาวะ Stroke ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ฉุกเฉิน ค่าฟื้นฟูทำกายภาพบำบัดระยะยาว และการสูญเสียรายได้ระหว่างพักรักษาตัว การมีเงินก้อนสำรองจะช่วยชดเชยรายได้ที่ขาดหาย และครอบคลุมภาระค่าใช้จ่ายแฝงโดยไม่ต้องกระทบกับเงินออมหลักของครอบครัว


ค่าใช้จ่ายแฝงและการขาดรายได้ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย

นอกจากค่ารักษาพยาบาลหลักในโรงพยาบาลแล้ว สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือค่าใช้จ่ายแฝงที่ตามมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าโภชนาการเฉพาะโรค ค่าเดินทางไปพบแพทย์ และค่าจ้างผู้ดูแล ซึ่งภาระเหล่านี้อาจกินระยะเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี หากไม่มีการเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินหรือความคุ้มครองที่เหมาะสม ครอบครัวอาจต้องนำเงินออมทั้งชีวิตออกมาใช้ หรือต้องดึงเงินจากแผนการลงทุนระยะยาวมาใช้ก่อนเวลาอันควร


เปลี่ยนมุมมองจากการตั้งรับ เป็นการเตรียม "เงินก้อนสำรอง" เพื่อความอุ่นใจ

การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่การรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วค่อยหาวิธีรับมือ แต่เป็นการเตรียมเกราะทางการเงินไว้ล่วงหน้าในรูปแบบของเงินก้อนคุ้มครองโรคร้ายแรงซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นสภาพคล่องสำรองฉุกเฉินทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัย ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถมุ่งเน้นไปที่การรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับเสถียรภาพทางการเงินของครอบครัว


วางแผนรับมืออย่างมั่นใจด้วยประกันโรคร้ายแรง เลือกได้ตามใจ

เพื่อตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและการเงินได้อย่างตรงจุด K WEALTH นำเสนอผลิตภัณฑ์ ประกันโรคร้ายแรง เลือกได้ตามใจ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ผู้เอาประกันภัยสามารถวางแผนความคุ้มครองที่สอดคล้องกับความกังวลและงบประมาณของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ


​รายละเอียดและเงื่อนไข
​จุดเด่นประกันโรคร้ายแรง เลือกได้ตามใจ​
​วงเงินคุ้มครองสูงสุด
​รับเงินก้อนสูงสุด 2,000,000 บาท เมื่อตรวจพบโรคร้ายแรง
​ระยะความคุ้มครอง
​ครอบคลุมโรคร้ายแรงทุกระยะ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะรุนแรง
​รูปแบบแผนประกัน
​มีให้เลือก 3 แผนหลัก ตามกลุ่มโรคที่กังวล พร้อมเบี้ยประกันที่เข้าถึงง่าย
​กระบวนการสมัคร
​สมัครง่ายผ่านออนไลน์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ



เลือกคุ้มครองเฉพาะกลุ่มโรคที่กังวล พร้อมเงินก้อนสูงสุด 2,000,000 บาท

จุดเด่นสำคัญของแผนประกันนี้คือ การเปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันภัยเลือกเน้นความคุ้มครองในกลุ่มโรคที่ตนเองมีความกังวลมากที่สุด โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันส่วนเกินสำหรับความคุ้มครองที่ไม่จำเป็น และเมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ระบบจะจ่ายเงินก้อนสูงสุดถึง 2,000,000 บาท เพื่อนำไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟู หรือชดเชยรายได้ตามความต้องการได้อย่างอิสระ


คุ้มครองครอบคลุมทุกระยะ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถึงระยะรุนแรง

ความกังวลเรื่องโรคร้ายแรงมักไม่ได้เริ่มต้นที่ระยะรุนแรงเสมอไป ประกันโรคร้ายแรง เลือกได้ตามใจ จึงให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีและรวดเร็วทันทีที่ตรวจพบ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดและลดความรุนแรงของโรคที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว


สมัครง่ายผ่านออนไลน์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ พร้อม 3 แผนทางเลือกเบี้ยสบายกระเป๋า

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ด้วยขั้นตอนการสมัครที่สะดวกสบายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสุขภาพ พร้อมโครงสร้างแผนประกันที่มีให้เลือกถึง 3 แผน ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเริ่มต้นสร้างเกราะคุ้มครองทางการเงินให้กับตนเองและคนที่รักได้ทันทีด้วยเบี้ยประกันที่เหมาะสมและสบายกระเป๋า


สรุปแนวทางบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ: ดูแลสุขภาพควบคู่การวางแผนการเงิน

การวางแผนชีวิตที่มั่นคงไม่อาจแยกเรื่องสุขภาพและการเงินออกจากกันได้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันและการหมั่นสังเกตสัญญาณเตือน Stroke เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการลดความเสี่ยงทางร่างกาย ขณะเดียวกัน การเลือกโอนย้ายความเสี่ยงทางการเงินไปยังผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสมก็เป็นก้าวที่สำคัญไม่แพ้กันในการปกป้องมรดกและเงินออมของครอบครัว


การเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ขณะที่สุขภาพยังแข็งแรง จะช่วยให้คุณสามารถเลือกแผนความคุ้มครองที่ตรงใจได้ง่ายขึ้น ด้วยเบี้ยประกันที่คุ้มค่า และพร้อมรับมือกับทุกความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมั่นใจ


หมายเหตุ:

  • หลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้
  • การขอเอาประกันภัย เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกสัญญาประกันภัยหลัก หรือ สัญญาเพิ่มเติมอาจจะมีผลกระทบกับจำนวนค่าเบี้ยประกันภัยที่สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
  • ผลประโยชน์ ความคุ้มครองและข้อยกเว้น เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบมจ.เมืองไทยประกันชีวิต

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.muangthai.co.th/th/health-insurance เมืองไทยประกันชีวิต

ผู้เขียน

K WEALTH

Back to top