ลงทุนตามเทรนด์: รวมกองทุนครึ่งแรกต.ค. 69

เปิดมุมมองการลงทุน ทั้งตราสารหนี้ USD หุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชน และหุ้นญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มทางเลือกให้พอร์ตลงทุน

กดฟัง
หยุด
​
    ​
  • ​ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลให้การถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงขึ้น
  • ​
  • ​ ​ เทรนด์เทคโนโลยีบล็อกเชนและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาว ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่ 11 บริษัท รับอานิสงส์กำไรบริษัทจดทะเบียนโตแกร่งและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของ BOJ
  • ​ ​ การจัดสรรน้ำหนักการลงทุนอย่างสมดุลระหว่างสินทรัพย์มั่นคงและสินทรัพย์เติบโตสูงช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตการลงทุน
  • ​
​

ในยุคที่ทิศทางเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีความเข้มงวดมากขึ้น การบริหารเงินลงทุนจำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น และการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านกองทุน K-GSF(USD) ร่วมกับการเข้าถึงโอกาสเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชนผ่านกองทุน DAOL-DAPP และหุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่ผ่านกองทุน TOP11JAP เพื่อสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอพร้อมกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และช่วยเติมเต็มพอร์ตการลงทุนให้แข็งแกร่งอย่างสมดุล บทความนี้จะพาไปเจาะลึกรายละเอียดกองทุนและกลยุทธ์จาก K WEALTH เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นใจ


เจาะลึก K-GSF(USD) – คว้าโอกาส Yield ดอลลาร์ที่พุ่งสูงขึ้นหลัง Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนก.ย. 2569 เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ หรือ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้นทันที สถานการณ์นี้นับเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่จูงใจ แต่ต้องการจำกัดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากอายุของพันธบัตรเฉลี่ยในพอร์ต (Duration Risk) โดยกองทุนเปิดเค โกลบอล ตราสารหนี้ระยะสั้น USD หรือ K-GSF(USD) เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในการสร้าง Carry Income สกุลดอลลาร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


จุดเด่นและสินทรัพย์ที่กองทุนหลักเลือกลงทุน

กองทุน K-GSF(USD) ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Liquidity Funds - USD Standard Money Market VNAV Fund เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพสูง ตั๋วเงินคลัง และเงินฝากธนาคารชั้นนำระดับโลกในสกุลเงิน USD โดยมีจุดเด่นคือ ความเสี่ยงต่ำ คุณภาพสินทรัพย์ระดับการลงทุน (Investment Grade) และอายุของตราสารที่สั้นทำให้ความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายน้อยกว่าพันธบัตรที่มีอายุยาว


​​

เจาะลึก DAOL-DAPP – รับมือความผันผวน มุ่งเป้าเติบโตระยะยาวกับหุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชน

สำหรับนักลงทุนที่มุ่งหวังการเติบโต การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation ยังคงเป็นเทรนด์ใหญ่ระดับโลก แม้ในยามที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูง กองทุนเปิด ดาโอ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น หรือ DAOL-DAPP ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทที่เป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบชำระเงิน และเทคโนโลยีบล็อกเชนชั้นนำ


จุดเด่นและสินทรัพย์ที่กองทุนหลักเลือกลงทุน

กองทุนหลัก VanEck Digital Transformation ETF ลงทุนในบริษัทชั้นนำที่มีรายได้หลักจากระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชน กระจายการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง เช่น Coinbase Global, Block, Bitmine Immersion Technologies, Circle Internet Group ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัล ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลข้อมูล


คำถามยอดฮิต: กองทุน DAOL-DAPP เหมาะกับใคร และรับมือกับดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างไร?


คำตอบ: DAOL-DAPP เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทระบบสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งได้ประโยชน์จากความสนใจของตลาดต่อสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีที่เพิ่มมากขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะสร้างความผันผวนระยะสั้น ทั้งนี้ นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงเพื่อจำกัดสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม




เจาะลึก TOP11JAP – เกาะเทรนด์หุ้นใหญ่ญี่ปุ่น โมเมนตัมแกร่ง รับอานิสงส์ BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชีย ด้วยแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ วินัยทางธุรกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยประมาณการกำไรต่อหุ้นของบริษัทในดัชนี TOPIX (Forward EPS) มีแนวโน้มเติบโตราว 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ช่วยสะท้อนความแข็งแกร่งของการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ กองทุนเปิด ท็อป 11 เจแปน หรือ TOP11JAP จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงโอกาสนี้


กลยุทธ์คัด 11 หุ้นใหญ่ชั้นนำ (Rule-based Approach)

กองทุน TOP11JAP ชูกลยุทธ์การลงทุนตามกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน (Rule-based Approach) มุ่งคัดสรรเฉพาะหลักทรัพย์ของบริษัทญี่ปุ่นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงจำนวน 11 บริษัท โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) และเทียบวัดผลการดำเนินงานกับดัชนี TOPIX Total Return Index JPY


ตารางสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุน

หัวข้อเปรียบเทียบ
K-GSF(USD)
DAOL-DAPP
TOP11JAP
ประเภทสินทรัพย์
ตราสารหนี้ระยะสั้นและ
เงินฝากสกุล USD
หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบล็อกเชน
หุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่
11 หลักทรัพย์
ระดับความเสี่ยง
ระดับ 4
(ปานกลางค่อนข้างต่ำ)
ระดับ 6
(สูง)
ระดับ 6
(สูง)
กองทุนหลัก / กลยุทธ์
JPMorgan Liquidity Funds - USD Standard Money Market VNAV Fund
VanEck Digital Transformation
ETF
ระดับ 6
(สูง)
ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
ซื้อ-ขาย บนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดระหว่างสกุลเงินอื่นกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
ป้องกันความเสี่ยง
ตามดุลยพินิจของ
ผู้จัดการกองทุน
ไม่ป้องกันความเสี่ยง
เป้าหมายการลงทุน
ผลตอบแทนจาก Yield
ดอลลาร์ขาขึ้น

ผลตอบแทนเติบโตสูง
ในระยะยาว
รับโอกาสเติบโตจาก
หุ้นใหญ่ญี่ปุ่น

กลยุทธ์การจัดพอร์ตและคำแนะนำการลงทุนจาก K WEALTH

การบริหารพอร์ตการลงทุนให้รอดพ้นจากความผันผวนในยุคดอกเบี้ยสูงต้องอาศัยการจัดสรรสินทรัพย์อย่างสมดุล K WEALTH แนะนำกองทุน K-GSF(USD) ที่ได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยดอลลาร์สูง กองทุน DAOL-DAPP ที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว และกองทุน TOP11JAP รับอานิสงส์กำไรบริษัทจดทะเบียนโตแกร่งและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของ BOJ


การจัดพอร์ตลงทุนด้วยการรวมกองทุน K-GSF(USD), DAOL-DAPP และ TOP11JAP เป็นการผสานจุดแข็งระหว่างการคว้าโอกาสจากดอกเบี้ยดอลลาร์ขาขึ้นกับการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชนและหุ้นญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวพร้อมจำกัดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม


หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-GSF(USD): ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • DAOL-DAPP, TOP11JAP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-GSF(USD): ซื้อ-ขาย บนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดระหว่างสกุลเงินอื่นกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
    • DAOL-DAPP: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
    • TOP11JAP: ไม่ป้องกันความเสี่ยง
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
    • K-GSF(USD), DAOL-DAPP: T+2
    • TOP11JAP: T+3

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

K WEALTHสุวิมล ยิ่งเจริญรุ่งโรจน์ CFP®

Back to top