-
เริ่มจากกำหนด “เป้าหมายของเงิน” ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อกองทุน RMF หรือ Thai ESG เพื่อลดหย่อนภาษีดี ไม่ใช่ดูแค่สิทธิลดหย่อนหรือผลตอบแทนย้อนหลัง
-
เลือกกองทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเอง เป็นแบบรายกองทุน ตั้งแต่ตราสารหนี้ กองทุนผสม ไปจนถึงหุ้นและธีมการลงทุน กับแบบจัดพอร์ตตามแนวคิด Core & Satellite
-
ก่อนจะลงทุนให้เช็ก 3 คำถาม ทั้งเรื่องระยะเวลาลงทุน ความเสี่ยง และความต้องการผลตอบแทนระหว่างทาง ก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
ช่วงปลายปี หลายคนที่รายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีคงกำลังคิดว่า ซื้อกองทุน RMF – Thai ESG กองไหนดี? อย่าเพิ่งเริ่มจากคำถาม “กองทุนไหนผลตอบแทนย้อนหลังดี” เพียงอย่างเดียว เพราะกองทุนลดหย่อนภาษียังมีทั้ง “เป้าหมายลงทุน” และ “เงื่อนไขภาษีที่กำหนดระยะเวลาลงทุน” โดยกองทุน RMF และ Thai ESG ต่างมีนโยบายลงทุนและระดับความเสี่ยงให้เลือก การเลือกกองทุนให้ตรงกับเป้าหมาย ระยะเวลาลงทุน และความเสี่ยงที่รับได้ จึงสำคัญไม่แพ้สิทธิทางภาษี แล้วปลายปีนี้จะเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างไรดี
ลองใช้ “โพย” นี้เลือกกองทุนลดหย่อนภาษีให้เหมาะกับคุณ
โพยกองทุนลดหย่อนภาษี 2569
1. มีเป้าหมายอยากรวยก่อนแก่ ให้เริ่มจาก “RMF”
ถ้าเป้าหมายคือการสะสมเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ RMF เป็นทางเลือกที่ควรศึกษา และไม่ได้หมายความว่าจะต้องลงทุนหุ้นเสมอไป เพราะสามารถเลือกนโยบายลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของตัวเองได้
- รับความเสี่ยงได้ไม่มาก แนะนำกองทุน K-GDBONDRMF เน้นลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก
- รับความเสี่ยงได้ปานกลาง และอยากกระจายลงทุน แนะนำกองทุน K-WPBALRMF และ K-WPULTIRMF เน้นลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้นทั่วโลก โดยกำหนดสัดส่วนหุ้นประมาณ 30% และ 85% ตามลำดับ
โดยทั้งกองทุน K-GDBONDRMF, K-WPBALRMF และ K-WPULTIRMF ใช้เป็นกองทุน Core Portfolio ที่มีสัดส่วน 60%-80% ของพอร์ตตระกูล Tax Saving ได้
- ลงทุนได้ยาวและรับความผันผวนสูงได้ แนะนำกองทุน K-GTECHRMF เน้นหุ้นเทคฯ ทั่วโลกและ K-GNEXTRMF เน้นหุ้นธีม New Economy ที่มองโอกาสในอนาคต
โดยกองทุน K-GTECHRMFและ K-GNEXTRMF ใช้เป็น Satellite Portfolio ที่มีสัดส่วน 20%-40% ของพอร์ตตระกูล Tax Saving ได้
2. อยากลดภาษี แบบเน้นลงทุนในสินทรัพย์ไทยตามกรอบ ESG ให้เริ่มจาก “Thai ESG”
ถ้าสนใจลงทุนในสินทรัพย์ไทยตามกรอบ ESG พร้อมใช้สิทธิทางภาษี ลองมอง Thai ESG ซึ่งมีนโยบายลงทุนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ตราสารหนี้ล้วน ผสม (ตราสารหนี้+หุ้น) และหุ้นล้วน
- อยากเริ่มจากความเสี่ยงต่ำ แนะนำกองทุน K-ESGSI-ThaiESG
- อยาก Balance ระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ แนะนำกองทุน K-BL30-ThaiESG
- เน้นลงทุนหุ้นไทย แนะนำกองทุน K-TNZ-ThaiESG
เช็ก 3 คำถาม ก่อนตัดสินใจซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
1. เงินก้อนนี้ลงทุนได้นานแค่ไหน?
กองทุน RMF ต้องถือครองตามเงื่อนไขสิทธิภาษีจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์และไม่น้อยกว่า 5 ปี ขณะที่ Thai ESG ต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ เพื่อให้เงินลงทุนไม่ทิ้งนานเกินไป หากมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แนะนำให้เลือกลดหย่อนด้วย RMF ให้เต็มสิทธิก่อนแล้วค่อยลดหย่อนด้วย Thai ESG หากมีอายุน้อยกว่า 50 ปี แนะนำให้เลือกลดหย่อนด้วย Thai ESG ให้เต็มสิทธิก่อน แล้วค่อยลดหย่อนด้วย RMF และไม่ควรนำเงินฉุกเฉินหรือเงินที่มีแผนต้องใช้ในระยะใกล้มาลงทุน
2. ระดับความเสี่ยงของกองทุนเหมาะกับความเสี่ยงของเราไหม?
มี 2 แนวทาง คือ
-
พิจารณาความเสี่ยงรายกองทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงของเรา เหมาะกับผู้ที่ยังไม่เคยลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษี
-
พิจารณาความเสี่ยงของพอร์ต (มีหลายกองทุนลดหย่อนภาษี) ให้เหมาะกับความเสี่ยงของเรา เหมาะกับผู้ที่มีกองทุนลดหย่อนภาษีในปีก่อนๆ มาแล้ว ก่อนจะซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีใหม่ควรพิจารณาสัดส่วนกองทุนลดหย่อนภาษีที่มีอยู่เดิมด้วย
3. ต้องการผลตอบแทนระหว่างทาง (เงินปันผล) ไหม?
ถ้าต้องการผลตอบแทนระหว่างทาง (เงินปันผล) จะมีทางเลือกเดียว คือ กองทุน Thai ESG สำหรับกองทุน RMF จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการเก็บเงินก้อนนี้ไว้ใช้หลังเกษียณโดยไม่นำออกมาใช้ก่อน
กองทุนลดหย่อนภาษีใช้ประหยัดภาษีได้เหมือนกัน แต่เลือกนโยบายลงทุน และระยะเวลาลงทุนให้เหมาะกับตัวเองได้ โดยเริ่มจากเลือก “เป้าหมาย” เพื่อกำหนดประเภทกองทุน เลือก “ความเสี่ยง” เพื่อกำหนดนโยบายการลงทุน และกำหนดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงของตนเอง เพราะกองทุนลดหย่อนภาษีมีประโยชน์ 2 ต่อ ทั้งเรื่องประหยัดภาษี และสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย ถ้าพิจารณาทั้ง 2 มุมมองแล้วเหมาะสม จะทำให้ผู้ลงทุนสามารถประหยัดภาษี และอยู่กับเงินลงทุนนี้ได้อย่างมีความสุข
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-ESGSI-ThaiESG: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 3
- K-GDBONDRMF, K-WPBALRMF, K-BL30-ThaiESG: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIRMF, K-GNEXTRMF, K-TNZ-ThaiESG: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GTECHRMF: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-ESGSI-ThaiESG, K-BL30-ThaiESG: ป้องกันความเสี่ยงทั้งหมด
- K-GDBONDRMF, K-WPBALRMF, K-WPULTIRMF, K-GTECHRMF, K-GNEXTRMF: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GDBONDRMF, K-ESGSI-ThaiESG, K-BL30-ThaiESG, K-TNZ-ThaiESG: T+2
- K-GTECHRMF, K-GNEXTRMF: T+4
- K-WPBALRMF, K-WPULTIRMF: T+5