เจาะลึก 3 REITs เด่น สร้างรายได้สม่ำเสมอสู้ความผันผวน

สรุปจุดเด่น REITs แต่ละกอง พร้อมเทียบความต่าง เพื่อเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุน

กดฟัง
หยุด
  • การลงทุนใน REITs เป็นทางเลือกเด่นในการสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอสู้ความผันผวนของตลาด พร้อมโอกาสรับปันผลระดับสูง
  • 3 กองตอบโจทย์ 3 สไตล์: WHART เน้นความมั่นคงสินทรัพย์ระยะยาว, WHAIR เน้นเติบโตตามนิคมอุตสาหกรรม, และ LHHOTEL ให้ผลตอบแทนปันผลสูงรับเทรนด์ท่องเที่ยว
  • แนะนำจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง โดยจำกัดสัดส่วนการลงทุนรวมไม่เกิน 10% ของพอร์ต และจองซื้อ REITs เพิ่มทุนได้ง่ายผ่าน K PLUS และสาขาธนาคารกสิกรไทย

ในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน การสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดพอร์ตลงทุน K WEALTH ชวนมาเจาะลึก 3 กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ศักยภาพสูง เพื่อช่วยให้นักลงทุนเลือกกองทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม


เจาะลึก 3 REITs เด่น: เลือกสไตล์ที่ใช่ให้เหมาะกับพอร์ตลงทุน

3 กอง REITs ที่มีแผนจะเพิ่มทุนในช่วงปลายปีนี้ ได้แก่
WHART เสาหลักความมั่นคงของการลงทุน

กองทรัสต์ WHART ถือเป็นหนึ่งในกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จุดเด่นสำคัญคือ การได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ระดับ A (Stable) ซึ่งสะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง รวมถึงมีอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม (LTV) ในระดับต่ำเพียง 28% ช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงิน


โครงสร้างสินทรัพย์ของ WHART มีสัดส่วนกรรมสิทธิ์ขาด (Freehold) สูงถึง 50% ภายหลังการลงทุน พร้อมระยะเวลาเช่าคงเหลือเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WALE) ยาวนานถึง 30.78 ปี ทำให้กระแสเงินสดมีความเสถียรสูง นอกจากนี้ การเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มทุนเพื่อเข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ WGCL IDC ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ในคลังสินค้าประเภท Built-to-suit ที่มีผู้เช่าชั้นนำจะทำสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปีภายหลงการเข้าลงทุน คาดว่าจะช่วยสร้างประมาณการอัตราผลตอบแทนปีแรกสูงถึง 7.05% เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเน้นความมั่นคงและปันผลสม่ำเสมอระยะยาว


WHAIR เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตตามภาคอุตสาหกรรม

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสเติบโตตามภาคอุตสาหกรรม WHAIR เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นด้วยอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) สูงถึง 94% ซึ่งสะท้อนความต้องการใช้พื้นที่โรงงานและคลังสินค้าของผู้ประกอบการจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ


จุดแข็งของ WHAIR อยู่ที่ทำเลยุทธศาสตร์ โดยมีสินทรัพย์ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สูงถึงประมาณ 92% จึงได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกระแสการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามายังประเทศไทย เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนผลตอบแทนปันผลและโอกาสเติบโตในอนาคต


LHHOTEL กองรีทโรงแรมคุณภาพ ผลตอบแทนปันผลสูง รับโอกาสท่องเที่ยวฟื้นตัว

LHHOTEL เน้นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมระดับหรู 5 ดาวภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์และคุณภาพของสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ LHHOTEL ยังมีจุดเด่นคือ การให้ประมาณการอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Forward Dividend Yield) สูงที่สุดในกลุ่มที่เปรียบเทียบราว 8.5% (คำนวณจากประมาณการ DPU ที่ 1.20 บาทต่อหน่วย และสมมติฐานราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมที่ 14.00 บาทต่อหน่วย)


ขณะเดียวกัน LHHOTEL ยังมีโครงสร้างรายได้ค่าเช่าแปรผันที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการจริงของโรงแรมซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว โดยมีฐานลูกค้าที่หลากหลายทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนและเดินทางเพื่อธุรกิจจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ เอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป


ตารางเปรียบเทียบและแนวทางการจัดพอร์ตลงทุน

คำแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนจาก K WEALTH

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างกระแสเงินสด K WEALTH แนะนำลงทุนใน REITs ตามเป้าหมายหรือความต้องการ โดยให้ WHART เป็นส่วนหลักสำหรับความมั่นคงระยะยาว และให้ WHAIR ที่เน้นการเติบโตตามภาคอุตสาหกรรม รวมถึง LHHOTEL เพื่อโอกาสรับ Dividend Yield สูง ตามการการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาวเป็นส่วนเสริม


การลงทุนใน REITs ถือเป็นส่วนเติมเต็มที่ดีสำหรับพอร์ตการลงทุนแบบเน้นรับรายได้ อย่างไรก็ดี เนื่องจาก REITs ยังมีความผันผวนตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและภาวะเศรษฐกิจ K WEALTH จึงแนะนำให้นักลงทุนจำกัดสัดส่วนการลงทุนในกลุ่ม REITs ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 10% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด และควรมองว่าเป็นเงินลงทุนในส่วนของ Satellite ที่มีวัตถุประสงค์เพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ต แต่ก็เป็นส่วนที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และคงความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาว


กำหนดการจองซื้อและการลงทุนผ่าน K PLUS

สำหรับนักลงทุนที่สนใจเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอผ่านการลงทุนในกองทรัสต์ทั้ง 3 กอง สามารถติดตามกำหนดการเสนอขายหน่วยลงทุนได้ดังนี้


ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART)
  • ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม: เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 21-25 กันยายน 2569
  • นักลงทุนทั่วไป: เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคม 2569

สำหรับทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล (WHAIR) และ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) สามารถติดตามกำหนดการเสนอขายหน่วยลงทุนได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569


นักลงทุนสามารถดำเนินการจองซื้อได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS หรือติดต่อขอรับคำแนะนำและจองซื้อได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ


คำเตือน:
  • ไม่มีการรับประกันเงินลงทุนและผลตอบแทน
  • ไม่มีวันครบกำหนดอายุเหมือนตราสารหนี้
  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทรัสต์ฯ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 การออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์และการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ อยู่ภายใต้ข้อกำหนดแห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
  • การเสนอขายหน่วยทรัสต์ในครั้งนี้มิได้เป็นการเสนอขายหน่วยทรัสต์ต่อนักลงทุนรายย่อยหรือประชาชนเป็นการทั่วไป เนื่องจากความต้องการจากกลุ่มนักลงทุนข้างต้นเพียงพอต่อมูลค่าการเสนอขายรวมในครั้งนี้แล้ว และสามารถกระจายหน่วยทรัสต์ในวงกว้างได้อย่างเพียงพอ
  • ผู้จัดการการจัดจำหน่ายขอสงวนสิทธิ์ในการปิดรับจองซื้อก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาการจองซื้อในกรณีที่มีผู้จองซื้อหน่วยทรัสต์ครบตามจำนวนหน่วยทรัสต์ที่เสนอขายก่อนครบกำหนดระยะเวลาการจองซื้อ
  • กองทรัสต์มีลักษณะคล้ายกองทุนรวมที่ลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่ระดับ 8
  • ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

คำเตือน


ผู้เขียน

KWEALTHสุวิมล ยิ่งเจริญรุ่งโรจน์ CFP®

Back to top