-
โลกเข้าสู่ยุคที่ต้นทุนเงินทุนสูงขึ้น แม้ดอกเบี้ยนโยบายอาจลดลงในอนาคต แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ภาครัฐสหรัฐฯ สูง ความต้องการระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงกดดันให้ดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ในระดับสูง
-
การลงทุนเปลี่ยนจากการหวัง Capital Gain ไปสู่การสร้าง Income นักลงทุนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการปรับขึ้นของราคาสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว เพราะตราสารหนี้และสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดกลับมาน่าสนใจมากขึ้น
-
กลยุทธ์ลงทุนควรเน้นกระจายความเสี่ยง โดยยังคงลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ควบคู่กับตราสารหนี้อายุสั้นถึงกลางและสินทรัพย์ทางเลือก พร้อมระมัดระวังพันธบัตรระยะยาวที่ยังเผชิญความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง
ยุคเงินทุนราคาถูกได้จบลงแล้ว แต่ยุครายได้กำลังจะกลับมา
โลกกำลังเปลี่ยนจากยุค "เงินทุนราคาถูก" ไปสู่ยุคที่ ต้นทุนเงินทุนระยะยาวอยู่ในระดับสูงขึ้นอย่างเป็นโครงสร้าง แม้ว่าธนาคารกลางอาจเริ่มทยอยลดดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตก็ตาม
ในอดีต นักลงทุนคุ้นเคยกับโลกที่ดอกเบี้ยต่ำ สภาพคล่องล้น และสินทรัพย์ส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนการเงินที่ถูกลง แต่โลกกำลังเข้าสู่ระบอบใหม่ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวมีแนวโน้มสูงกว่าช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันดอกเบี้ยระยะยาว
- การขาดดุลการคลังสหรัฐฯ สูงถึง 6% ต่อจีดีพี และหนี้สินรวมกว่า 40 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอยู่ในระดับสูง
- กระแสเงินสดของกลุ่ม Hyperscaler ในสหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัยยะ เป็นผลให้บริษัทดังกล่าวหันมาระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น
- ญี่ปุ่นเริ่มรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเยน ผ่านการขายพันธบัตรสหรัฐฯ และดอลลาร์เพื่อประคองค่าเงิน
- สงครามในตะวันออกกลางยังไม่ได้ข้อสรุปยาวนานกว่า 6 เดือน สร้างแรงกดดันจากราคาพลังงานในระดับสูงไปยังเงินเฟ้อและเสริมให้สหรัฐฯ ขาดดุลมากขึ้น
สิ่งที่นักลงทุนต้องเข้าใจ
การลดดอกเบี้ยนโยบายช่วยเพียงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นกำลังสร้างแรงกดดันต่อผลต่อดอกเบี้ยในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดพอร์ตของนักลงทุนในอนาคต
ดอกเบี้ยสูงไม่ใช่ข่าวร้ายทั้งหมด
ในยุคเงินทุนราคาถูก นักลงทุนต้องพึ่งพา Capital Gain หรือการปรับขึ้นของราคาสินทรัพย์เป็นหลัก แต่ในโลกใหม่ นักลงทุนสามารถกลับมาสร้าง Income หรือกระแสรายได้จากการลงทุนได้มากขึ้น
ยุคเงินทุนราคาถูกสร้างผลตอบแทนจากราคาสินทรัพย์ ยุคดอกเบี้ยสูงสร้างผลตอบแทนจากกระแสรายได้
ผลต่อการลงทุน
หุ้น (Equities)
หุ้นโลกในบรรยากาศการลงทุนแบบนี้ยังจะไปได้ดี ทั้งตลาดพัฒนาแล้ว และตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จาก AI หรือ ใช้เทคโนโลยี เพื่อ Productivity Growth และแน่นอนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานของ AI กลุ่มการเงินที่จะโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี
ในปีนี้และปีหน้าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ยังคงมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ตราสารหนี้อายุสั้นถึงกลาง
ตราสารหนี้ที่มีอายุ 5-7 ปี ได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจ ความเสี่ยงจากความผันผวนของดอกเบี้ยน้อยกว่าตราสารหนี้ิอายุเกิน 10 ปี และยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ดีในโลกดอกเบี้ยสูง
สินทรัพย์ทางเลือก
ทองคำ Hedge Fund และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เช่น สินทรัพย์นอกตลาด ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนึ้ทั้งภาครัฐและเอกชน หรือแม้กระทั่ง ตราสารหนี้ที่มีอนุพันธ์แฝง (structure note) จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการบริหารจัดการพอร์ต ให้สามารถบริหารจัดการความผันผวนได้ดีขึ้น
ระมัดระวังพันธบัตรระยะยาวมากกว่า 10 ปี
แม้อัตราผลตอบแทนเริ่มน่าสนใจขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากการที่ต้นทุนเงินทุนระยะยาวอาจปรับสูงขึ้นต่อได้อีก ถ้ามองยาวและไม่จำเป็นต้องตีมูลค่าตามตลาดตลอดเวลา พันธบัตร 10 ปีเริ่มน่าสนใจ
Stay Invested, Stay Diversified
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-GDBOND: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-ATECH, K-GINFRA: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GDBOND: T+2
- K-ATECH, K-GINFRA: T+4