กนง.คงดอกเบี้ย เพื่อประคองเศรษฐกิจ

กดฟัง
หยุด
  • กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี เนื่องจากเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
  • K WEALTH คงมุมมอง Neutral ต่อหุ้นไทย หากลูกค้าสนใจหุ้นไทย แนะนำกองทุนที่มีกระแสรายได้มั่นคง/ปันผลสูง เช่น K-VALUE และกองทุนหุ้นไทยที่ได้ประโยชน์ทางภาษี นอกจากนี้ ยังคงมุมมอง Slightly Positive ต่อตราสารหนี้ไทย แนะนำกองตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต

Market Update

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ


เหตุผลหลัก
  • เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง แม้ได้แรงส่งจากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าสูงและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในวงจำกัด
  • การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าคาด จากการระมัดระวังการใช้จ่ายในช่วงที่ค่าครองชีพปรับสูงขึ้น
  • SMEs ยังเผชิญอุปสรรคในการปรับตัวและการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวจากความระมัดระวังของสถาบันการเงิน
  • เงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 และ 2570 ต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมตามราคาพลังงานโลก แม้มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจนถึงไตรมาส 1/2570 จากเอลนีโญและการทยอยส่งผ่านต้นทุน ก่อนกลับไปอยู่ในระดับต่ำ
  • เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลางและมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรไทยทรงตัว แม้พันธบัตรประเทศเศรษฐกิจหลักปรับสูงขึ้น

มุมมองเชิงนโยบาย
  • การคงดอกเบี้ยสะท้อนว่า กนง. ยังคงนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย ควบคู่กับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด
  • โอกาสผ่อนคลายเพิ่มเติมยังไม่ปิด แต่ลดลงจากรอบก่อน เนื่องจากถ้อยแถลงเน้นการติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป
  • นโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของ SMEs และกำลังซื้อ

ต้องติดตามความเสี่ยงสำคัญ
  • พัฒนาการสงครามในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ
  • การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการ และเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง
  • ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง

Market Outlook & Investment View

ตลาดหุ้นไทย (SET Index)
  • ดัชนี SET ปิดภาคเช้าวันนี้ที่ 1,608.37 จุด เพิ่มขึ้น +12.36 จุด หรือ +0.77% มูลค่าซื้อขายราว 40,068 ล้านบาท
  • คงมุมมอง Neutral ต่อหุ้นไทย โดย upside ยังจำกัดจากแรงกดดันช่วง XD และความผันผวนของ fund flow ขณะที่แรงหนุนจากหุ้นใหญ่ยังไม่สม่ำเสมอ ทำให้ตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบมากกว่าปรับขึ้นต่อแรง ๆ
  • ความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อสูงขึ้น กระทบกำลังซื้อ ต้นทุนธุรกิจ และเพิ่มความเสี่ยงที่ EPS ตลาดถูกปรับลด
  • Valuation ใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว ทำให้ upside จำกัด ขณะที่ downside เปิดกว้างขึ้น
  • หากลูกค้าสนใจหุ้นไทย แนะนำเน้นกองทุนที่มีกระแสรายได้มั่นคง/ปันผลสูง เช่น K-VALUE และกองทุนหุ้นไทยที่ได้ประโยชน์ทางภาษี

กองทุนตราสารหนี้ไทย
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยทรงตัว สวนทางกับพันธบัตรประเทศเศรษฐกิจหลักที่ปรับสูงขึ้น สะท้อนแรงกดดันด้าน duration ที่จำกัด
  • การคงดอกเบี้ยทำให้แรงบวกต่อราคาตราสารหนี้จำกัดกว่ากรณีลดดอกเบี้ย แต่ระดับดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายยังสนับสนุนกองทุนตราสารหนี้
  • เรายังคงมุมมอง Slightly Positive แนะนำกองตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต

ค่าเงินบาท (USD/THB)
  • ค่าเงินบาทช่วงเช้าวันนี้เปิดตลาดที่ 32.70 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าที่ 32.73 บาท/ดอลลาร์
  • ระยะสั้นเงินบาทยังมี Two-way risk จากผลประชุม กนง., ทิศทาง Fed, ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
  • การคงดอกเบี้ยช่วยลดแรงกดดันเงินบาทอ่อนจากส่วนต่างดอกเบี้ย แต่หากราคาน้ำมันกลับขึ้นแรง เงินบาทยังเสี่ยงผันผวน

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถติดตามนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมา ได้จากบทความ Hot Issue ทาง Website ของ K WEALTH หมวด สถานการณ์ตลาด


ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ข่าว ธปท. ฉบับที่ 31/2569)


หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SFPLUS ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-VALUE
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SFPLUS และ T+3 ได้แก่ K-VALUE

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”,
“ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top