-
หุ้นเทคฯ ปรับฐานครั้งสำคัญ แต่การเติบโตของ AI ยังคงอยู่ใน Supercycle และความต้องการชิปประมวลผลขั้นสูงในเอเชีย เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการลงทุนหมวดเทคโนโลยี
-
การลงทุนกระจายใน 3 ธีมยุทธศาสตร์ ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐาน AI ผ่านกองทุน LHSUPERAI, DAOL-AIINFRA, DAOL-SUPERAI เซมิคอนดักเตอร์เอเชียผ่านกองทุน A-ASEMI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านกองทุน LHCYBER-A โดยควรจำกัดสัดส่วนการลงทุนไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน
หุ้นเทคโนโลยีเผชิญการปรับฐานในช่วงที่ผ่านมา หลังราคาดีดตัวแรงในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้งานเชิงพาณิชย์และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง กระแสการพัฒนา AI ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงซอฟต์แวร์ แต่ขยายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผล เช่น ชิปประมวลผล ศูนย์ข้อมูล และระบบโครงข่าย รวมถึงการลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
K WEALTH จึงรวบรวม 5 กองทุนในธีม AI, Semiconductor และ Cybersecurity ที่น่าจับตา พร้อมแนวทางการจัดสรรเงินลงทุนสำหรับผู้ลงทุนระยะยาว
ทำไมเมกะเทรนด์ AI, Semiconductor และ Cybersecurity ถึงน่าจับตา
การพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงขยายตัวอย่างเต็มกำลัง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยช่วงก่อนหน้ามีความกระจุกตัวสูงและราคาพื้นฐานค่อนข้างตึงตัว นักวิเคราะห์จึงมองว่าการปรับฐานครั้งนี้สร้างโอกาสในการลงทุนที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาว
AI Infrastructure & Supercycle: ขุมพลังใหม่แห่งการประมวลผล
การเติบโตของโมเดล AI ขนาดใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพา Data Center สถานีไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI และอุปกรณ์ประมวลผลได้รับอานิสงส์โดยตรง บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกยังคงเดินหน้าเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการประมวลผลอันมหาศาล
Asia Semiconductor: ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานชิปโลก
ภูมิภาคเอเชียถือเป็นหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปและหน่วยความจำความเร็วสูงในไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการผลิตการ์ดจอประมวลผล AI การฟื้นตัวของยอดส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียจึงเป็นเครื่องยืนยันถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง
Cybersecurity: ปราการดิจิทัลที่เติบโตควบคู่ AI
เมื่อการใช้งานระบบ AI และระบบคลาวด์ขยายตัว ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้องค์กรทั่วโลกทยอยเพิ่มงบประมาณด้าน Cybersecurity เพื่อปกป้องข้อมูลและระบบที่สำคัญ นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทในกลุ่ม Cybersecurity ยังขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายด้านความปลอดภัยขององค์กรเป็นหลัก มากกว่างบลงทุน (CAPEX) ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ทำให้บริษัทจำนวนมากมีรายได้ประจำจากรูปแบบธุรกิจแบบ Subscription และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI น้อยกว่าหุ้นเทคโนโลยีบางกลุ่ม
เจาะลึกกองทุนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI เซมิคอนดักเตอร์เอเชีย และความปลอดภัยทางไซเบอร์
การลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีกลุ่ม AI และ Semiconductor ยังคงมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นจาก AI Supercycle ที่ขยายตัวทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปในเอเชียและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน Data Center
สำหรับ 5 กองทุนโดดเด่นที่น่าสนใจในครึ่งแรกเดือนสิงหาคม 2569 ได้แก่
1. A-ASEMI (กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์)
เน้นลงทุนในกองทุนหลัก Global X Asia Semiconductor ETF ซึ่งลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย เช่น SK Hynix, TSMC, Samsung Electronics ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการชิป AI
2. LHCYBER-A (กองทุนเปิด แอล เอช ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ชนิดสะสมมูลค่า)
ลงทุนผ่านกองทุนหลัก First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF เน้นหุ้นกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำของโลก เช่น CrowdStrike, Palo Alto Networks, Fortinet ซึ่งมีความมั่นคงสูงและเติบโตตามการขยายตัวของโลกดิจิทัล
3. LHSUPERAI (กองทุนเปิด แอล เอช เอไอ ซูเปอร์ไซเคิล)
ลงทุนในกองทุนหลัก VistaShares Artificial Intelligence Supercycle ETF เน้นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในวงจรการเติบโตของ AI ตั้งแต่ผู้ผลิตชิปไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น SK Hynix, Micron Technology, AMD
4. DAOL-AIINFRA (กองทุนเปิด ดาโอ เอไอ อินฟราสตรัคเจอร์)
ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Tortoise AI Infrastructure ETF เน้นหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนระบบ AI เช่น Data Center โรงไฟฟ้า สาธารณูปโภค และระบบระบายความร้อน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการประมวลผลยุคใหม่
5. DAOL-SUPERAI (กองทุนเปิด ดาโอ เอไอ ซูเปอร์ไซเคิล)
เน้นเกาะกระแสการเติบโตของ AI Supercycle แบบครบวงจรผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก VistaShares Artificial Intelligence Supercycle ETF เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากกลุ่มเทคโนโลยีระดับโลก
ตารางสรุปเปรียบเทียบกองทุน

กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุน
การลงทุนในกองทุนหมวดอุตสาหกรรม (Sector Fund) มีความผันผวนสูงกว่ากองทุนรวมทั่วไป K WEALTH จึงแนะนำแนวทางการจัดพอร์ตดังนี้
-
พอร์ตหลัก (Core Portfolio) เพื่อความมั่นคง โดยควรมีกองทุนที่กระจายความเสี่ยงได้ดี เช่น กองทุนผสมในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ในสัดส่วน 70% ของเงินลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับพอร์ต
-
พอร์ตเสริม (Satellite Portfolio) เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม โดยหากสนใจลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีควรจัดสรรเงินลงทุนในกองทุนกลุ่มเทคโนโลยีไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน
นอกจากนี้ การลงทุนในกองทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความผันผวนด้านราคาในระยะสั้น นักลงทุนจึงควรถือครองกองทุนในระยะยาวเพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้น
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- LHCYBER-A, DAOL-AIINFRA: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- A-ASEMI, LHSUPERAI, DAOL-SUPERAI: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- LHCYBER-A, DAOL-AIINFRA, A-ASEMI, LHSUPERAI, DAOL-SUPERAI: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- LHSUPERAI, DAOL-AIINFRA, DAOL-SUPERAI: T+2
- A-ASEMI, LHCYBER-A: T+3