-
กระแส AI Second Wave และความต้องการ Data Center ยังคงเป็นปัจจัยหนุนหลักให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเติบโตโดดเด่นในครึ่งหลังปี 2569
-
การลงทุนใน 5 กองทุนเทคโนโลยีครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีโลก หุ้นเติบโตสหรัฐฯ บล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงไซเบอร์ซีเคียวริตี้ อย่างกองทุน ES-GTECH, K-USA-A(A), DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC และ LHCYBER-A ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน
-
แนะนำจัดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง โดยควรจำกัดสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีไม่เกิน 20% และหุ้นสหรัฐฯ ไม่เกิน 30% ของพอร์ตการลงทุน
การลงทุนในครึ่งหลังปี 2569 ยังคงได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม AI Hardware และบริการคลาวด์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง K WEALTH จึงได้รวบรวม 5 กองทุนเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนและสร้างพอร์ตการลงทุนที่เติบโตอย่างยั่งยืน
ทำไมธีมเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลยังคงน่าจับตาในครึ่งหลังปี 2569
การพัฒนาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้ก้าวเข้าสู่ระยะที่สร้างรายได้และผลกำไรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม AI Hardware อาทิ ชิปประมวลผล GPU หน่วยความจำความเร็วสูง และอุปกรณ์ใน Data Center ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ การหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุนยังกระจายไปสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และระบบทำความเย็นเพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่
K WEALTH มีมุมมองการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีโลกและเทคโนโลยีเอเชียอยู่ในระดับค่อนข้างบวก (Slightly Positive) เนื่องจากความต้องการใช้งานเทคโนโลยียังอยู่ในระดับสูง แม้ราคาหุ้นบางกลุ่มจะปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่บริษัทที่มีป้อมปราการทางธุรกิจ และมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นในระยะยาวได้
กองทุนเทคโนโลยีที่น่าสนใจในครึ่งหลังปี 2569 เน้นกลุ่ม AI Hardware เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เนื่องจากความต้องการชิปประมวลผลและ Data Center เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึก 5 กองทุนเทคโนโลยีชั้นนำ ครอบคลุมทุกมิติการเติบโต
การเลือกลงทุนในธีมเทคโนโลยีควรมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงไปยังหลากหลายมิติ เพื่อลดความผันผวนและเข้าถึงโอกาสการเติบโตในแต่ละอุตสาหกรรมย่อย โดยมี 5 กองทุนดังนี้
1. ES-GTECH (กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology)
เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกผ่านกองทุนหลัก Polar Capital Funds PLC - Global Technology Fund ที่คัดสรรบริษัทชั้นนำที่มีอัตราการเติบโตสูง มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเน้นไปที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม semiconductor, equipment และ hardware technology ที่สำคัญในอุตสาหกรรม AI เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเกาะกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
2. K-USA-A(A) (กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน-A ชนิดสะสมมูลค่า)
เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตขนาดใหญ่ในตลาดสหรัฐฯ ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Growth Fund ซึ่งครอบคลุมยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการพัฒนา AI และนวัตกรรมดิจิทัล ช่วยสร้างความมั่นคงให้พอร์ตด้วยบริษัทที่มีฐานการเงินแข็งแกร่ง รวมถึงยังมีความยืดหยุ่นสามารถปรับสัดส่วนลงทุนออกจากกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อลดการกระจุกตัวได้
3. DAOL-DAPP (กองทุนเปิด ดาโอ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น)
เน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทระบบสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Transformation Companies) ผ่านกองทุนหลัก VanEck Digital Transformation ETF
ASP-DIGIBLOC (กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน)
เน้นลงทุนในบริษัทที่พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแห่งอนาคต โดยกระจายการลงทุนใน 3 ETF และบริษัทจดทะเบียนได้แก่ DAPP US, BKCH US และ NBIS
LHCYBER-A (กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ชนิดสะสมมูลค่า)
เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ผ่านกองทุนหลัก First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทุกองค์กรต้องใช้งานท่ามกลางการเติบโตของข้อมูลและการเชื่อมต่อออนไลน์ โดยในยุคที่พัฒนาการด้าน AI นำมาซึ่งความท้าทายด้าน Cybersecurity ทำให้บริษัทในกลุ่มนี้ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
สรุปจุดเด่น
กองทุน
|
จุดเด่น
|
ES-GTECH
| หุ้นเทคโนโลยีระดับโลก อัตราการเติบโตสูง และเน้นอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับ AI โดยตรง
|
K-USA-A(A)
| หุ้นขนาดใหญ่เติบโตชั้นนำในสหรัฐฯ และมีสัดส่วนที่อยู่นอกเหนือจากแค่กลุ่มเทคโนโลยี
|
DAOL-DAPP
| โอกาสในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงกลุ่ม neoclouds ที่ให้บริการด้าน datacenter
|
ASP-DIGIBLOC
| มุ่งเน้นนวัตกรรมบล็อกเชนและโครงสร้างพื้นฐานการเงิน และกลุ่ม neoclouds ที่ให้บริการด้าน datacenter
|
LHCYBER-A
| ธีมความปลอดภัยทางไซเบอร์ รายได้สม่ำเสมอตามดีมานด์โลก
|
ปัจจัยความเสี่ยงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจลงทุน
แม้ว่าแม้กลุ่มเทคโนโลยีจะมีศักยภาพการเติบโตสูง แต่การลงทุนในสินทรัพย์เฉพาะอุตสาหกรรมยังคงมีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
- ความผันผวนของราคา (Maximum Drawdown) กองทุนเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลมักมีความผันผวนของราคาสูงกว่าตลาดโดยรวม นักลงทุนควรถือครองในระยะยาวเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้น
- ระดับราคาที่ตึงตัว (Valuation Risk) หุ้นเทคโนโลยีบางกลุ่มมีระดับ P/E ที่ค่อนข้างสูง หากผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์อาจเกิดแรงขายทำกำไรได้
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากเป็นกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ ผลตอบแทนในรูปเงินบาทอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน
คำแนะนำการจัดพอร์ต
เพื่อการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ K WEALTH แนะนำให้ใช้วิธีการจัดพอร์ตแบบ Asset Allocation โดยแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- Core Portfolio (พอร์ตหลัก) ควรถือครองกองทุนผสมต่างประเทศ เช่น K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP หรือ K-WPULTIMATE ในสัดส่วน 70% ของเงินลงทุนทั้งหมด เพื่อสร้างเสถียรภาพและกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ทั่วโลก
- Satellite Portfolio (พอร์ตเสริม) จัดสรรเงินลงทุนไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน เข้าลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่ม เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-USA-A(A), DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC, LHCYBER-A: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- ES-GTECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-USA-A(A): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, ES-GTECH, DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC, LHCYBER-A: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC: T+2
- LHCYBER-A: T+3
- ES-GTECH, K-USA-A(A): T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6