-
นับเป็นอีก 1 ปีที่ตลาดหุ้นเห็นการเติบโตได้ดีและเป็นอีก 1 ปีที่ตลาดหุ้นโลกมีการแกว่งอย่างมีนัยจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือ black swan event
-
หลายตลาดโดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) เห็นการปรับตัวลดลงที่แรงและฟื้นแรงวนหลายรอบ ทำให้นักลงทุนระดับบุคคลทั่วไปหรือแม้แต่สถาบันเอง จับจังหวะการเข้าซื้อหรือขายได้ลำบาก
-
นักลงทุนที่รู้ตัวว่าไม่สามารถทนเห็นเงินต้นลดลงแรงๆ ได้ แต่ยังอยากมีโอกาสเห็นเงินเติบโตแบบการลงทุนในหุ้นนั้น หุ้นโลกอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตลาดหุ้นปีนี้มีหน้าตาผลตอบแทนเป็นอย่างไรบ้าง
อย่างที่ผู้อ่านน่าจะคาดเดาได้ ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียปรับตัวขึ้นสูงมาก นำโดยเกาหลีใต้ที่มีการปรับตัวพุ่งสูงกว่า 77% ในภาพผลตอบแทน YTD (Year To Date)
อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งที่ผู้อ่านไม่ควรมองข้ามคือ ความผันผวนระหว่างทางที่การลงทุนในตลาดเอเชียนั้น ในอดีตมาพร้อมกับความผันผวนที่สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วเป็นส่วนใหญ่
ที่มา: Morningstar
ในวันที่โลกผันผวน การมองหาตลาดที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุดอาจไม่ใช่ทางออกเดียว
ดัชนีที่เราจะมาลงรายละเอียดในวันนี้คือ MSCI ACWI (Morgan Stanley Capital International All Country World Index) หรือดัชนีหุ้นโลกที่คิดคำนวณโดยใช้การกระจายสัดส่วนการลงทุนไปยังบริษัททั่วโลกกว่า 2,500 บริษัท เสมือนกับว่าเรากำลังลงทุนในตลาดหุ้นทั้งโลก ผลลัพธ์ที่เห็นจากการมองย้อนหลังคือ การลงทุนในดัชนีหุ้นโลกนั้นในภาพระยะยาวให้ประสบการณ์ลงทุนที่ค่อนข้างราบรื่นมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นรายประเทศที่เป็นที่รู้จักและนิยม
ภาพผลตอบแทนระยะยาว
หากเราสวมหมวกนักลงทุนสายซื้อแล้วถือยาว เลือกซื้อแบบสุ่มๆ ในหุ้นโลกแล้วถือไว้เป็นเวลา 3 ปี จะพบว่าผลตอบแทนที่ได้ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจเลยทีเดียว โดยกว่า 80% ให้ผลลัพธ์ปลายทางเป็นบวก และภาพ worst case หรือกรณีโชคร้ายเลือกเดือนที่ผิดพลาดจริงๆ ก็ไม่รุนแรงเหมือนกับดัชนีที่เน้นหุ้นเทคฯ เติบโตสูงอย่าง Nasdaq-100
เส้นประหมายถึงค่ามัธยฐาน (median), ข้อมูลเป็นการสังเกตผลตอบแทนรายเดือนของดัชนีต่างๆ ในสกุล USD จากปี 1999 จนถึงปี 2023
ภาพการกระจายตัวของผลตอบแทน (ต่อปี) (แกนตั้ง) และความผันผวน (แกนนอน) จากการถือครองดัชนีเป็นระยะเวลา 3 ปี

จุดขนาดใหญ่หมายถึงค่ามัธยฐาน (median), ข้อมูลเป็นการใช้ผลตอบแทนต่อปีจากการลงทุนในดัชนีต่างๆ เป็นเวลา 3 ปี ไม่รวมผลจากอัตราแลกเปลี่ยน ข้อมูลสังเกตจากปี 1999 จนถึงปี 2023
ที่มา: Bloomberg
สรุปเข้าใจง่ายจากภาพ
การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นมีความเสี่ยงการสูญเสียเงินต้นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ภาพระยะยาวการลงทุนในตลาดหุ้นก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักลงทุนเข้าหาเสมอ
ดังนั้น นอกจากเรื่องของผลตอบแทนแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ การคำนึงถึงลักษณะความผันผวนของตลาดหรือสินทรัพย์ที่เราเลือก ซึ่งดัชนีหุ้นโลกจากสถิติในอดีตถือว่าน่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะในยุคที่เราไม่รู้ว่าผู้นำโลกจะเป็นใคร ดัชนี MSCI ACWI ถือเป็นตัวแทนของกลยุทธ์หว่านแหหาผู้ชนะที่ดีเลยทีเดียว
การเติบโตของเงินลงทุนกองทุนแม่ในระยะเวลา 3 ปี จากเดือนมิ.ย. 2566 – สิ้นเดือนมิ.ย. 2569

ที่มา: Morningstar และ Bloomberg
ตัวเลือกของการลงทุนใน Global Equity
กองทุน 2 กองที่เราจะยกมาพูดถึงกันโดยละเอียดมีทั้งแบบ Passive (ลงทุนล้อกับดัชนี MSCI ACWI) และแบบ Active ที่มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนี
กองทุน
|
K-WORLDX
|
ES-GCORE
|
กองทุนแม่
| iShares MSCI ACWI ETF
| Goldman Sachs Global Core Equity portfolio
|
จุดเด่น
| •กระจายตัวลงทุนในบริษัทมากกว่า 2,000 บริษัท
• เป็นการลงทุนแบบ passive ค่าธรรมเนียมต่ำ •ดัชนีอ้างอิง MSCI ACWI ที่ในอดีตมีผลตอบแทนต่อความผันผวนที่อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นหลายๆ ประเทศ
| •การบริหารจัดการแบบ Quantitative strategy ยืดหยุ่นต่อสภาวะตลาด ปัจจุบันในพอร์ตถือหุ้นเกือบ 300 บริษัท
• มีเป้าหมายการลงทุนแบบ Core Strategy คือการสร้างพอร์ตให้สมดุล ไม่หนีดัชนีอ้างอิงจนเกินไป • ในอดีตมีผลตอบแทนที่โดดเด่น สร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีอ้างอิงได้จริง
|
เหมาะกับใคร?
| • นักลงทุนที่ต้องการเกาะไปกับหุ้นโลก อยากได้เครื่องมือที่ตรงไปตรงมา
| •นักลงทุนที่คาดหวังโอกาสชนะหุ้นโลกและชื่นชอบในการบริหารจัดการแบบ
quant model
|
ค่าธรรมเนียม
| •ค่าธรรมเนียมการขาย:ยกเว้น
• ค่าบริหารจัดการ: 0.5350%
| •ค่าธรรมเนียมการขาย 1.50%
• ค่าบริหารจัดการ 1.070%
|
การป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ณ ล่าสุด
| 91.55%
| 91.23%
|
ข้อมูลจาก Factsheet บลจ.กสิกรไทย และบลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WORLDX, ES-GCORE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-WORLDX, ES-GCORE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-WORLDX: T+3
- ES-GCORE: T+4