ลงทุนตามเทรนด์: รวมกองทุนครึ่งหลังมิ.ย. 69

เปิดโอกาสการลงทุนกองทุนหุ้นเหมืองทองคำ แร่หายาก และเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อสร้างโอกาสเติบโตระยะยาว

กดฟัง
หยุด
  • กองทุนเมกะเทรนด์โลกปี 2569 คือกลุ่มกองทุนรวมเฉพาะอุตสาหกรรม ระดับความเสี่ยงสูง ที่เน้นลงทุนในหุ้นเหมืองทองคำ แร่หายาก และบล็อกเชน
  • ​ ​ กองทุนเด่นในกลุ่มหุ้นเหมืองทองคำ ได้แก่ A-RING กลุ่มแร่หายาก ได้แก่ DAOL-RARE, ONE-RAREEARTH, TRAREEARTH และกลุ่มบล็อกเชน ได้แก่ DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC, KT-BLOCKCHAIN เป็นโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว

ในวันที่โลกการลงทุนไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์เดิมๆ เพียงอย่างเดียว ทองคำคือแหล่งหลบภัย แร่หายากคือวัตถุดิบของอนาคต และบล็อกเชนคือโครงสร้างของโลกดิจิทัลยุคใหม่ สามธีมนี้จึงกำลังกลายเป็นโอกาสที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม


ทำไมเหมืองทองคำ แร่หายาก และบล็อกเชน ถึงเป็น 3 เมกะเทรนด์เด่น

การมองหาผลตอบแทนในยุคเศรษฐกิจปี 2569 จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์เชิงรุก โดยการเลือกกลุ่มธุรกิจที่มีปัจจัยเร่งเฉพาะตัว ซึ่ง 3 เมกะเทรนด์โลกนี้มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของการป้องกันความเสี่ยงและการเกาะกระแสการเติบโตทางเทคโนโลยี ดังนี้

  • กลุ่มเหมืองทองคำ (Gold Miners) ในปี 2569 ทองคำยังทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่แข็งแกร่ง การลงทุนในบริษัทเหมืองทองคำผ่านกองทุนรวมจะสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่มีอัตราทด (Leverage) สูงกว่าการซื้อทองคำแท่งโดยตรงเมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
  • กลุ่มแร่หายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Rare Earth & Strategic Metals) แร่หายากคือ “น้ำมันดิบแห่งศตวรรษที่ 21” ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้สภาวะภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงตัว กลุ่มแร่หายากจึงเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการในตลาดโลกสูงมากและขาดแคลนด้านอุปทาน
  • กลุ่มเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology) แรงหนุนของกลุ่มนี้เริ่มเปลี่ยนจากการมองการเติบโตของ digital asset และ blockchain technology ไปสู่การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของกลุ่ม crypto miners ที่นำเอาโครงสร้างพื้นฐานเดิมมาให้บริการประมวลผล AI หรือสิ่งที่อุตสาหกรรมเรียกว่า Neocloud โดยอาศัยจุดได้เปรียบเดิมด้านสัญญาและความเสถียรด้านการเข้าถึงพลังงาน การเชื่อมต่อสายส่ง (Grid) และระบบระบายความร้อนที่พร้อมใช้งาน ปัจจัยนี้ถือเป็น Catalyst ใหม่ที่ทำให้กลุ่มนี้อ่อนไหวกับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลน้อยลง สะท้อนการเติบโตของรายได้ที่แท้จริง มากกว่าการเก็งกำไรในสินทรัพย์ดิจิทัล

7 กองทุนรวมเมกะเทรนด์ปี 2569: นโยบายการลงทุนและข้อมูลที่ควรรู้

เพื่อให้นักลงทุนเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น K WEALTH ได้จัดกลุ่มข้อมูลของกองทุนเด่นทั้ง 7 กองทุน ดังนี้


1. กลุ่มอุตสาหกรรมเหมืองทองคำ
  • กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล โกลด์ ไมเนอร์ส อิควิตี้ (A-RING) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักอย่าง iShares MSCI Global Gold Miners ETF โดยเน้นลงทุนในบริษัทเหมืองแร่ทองคำขนาดใหญ่ทั่วโลก


2. กลุ่มอุตสาหกรรมแร่หายาก
  • กองทุนเปิด ดาโอ แรร์เอิร์ธ แอนด์ สตราทีจิค เมทัลส์ (DAOL-RARE) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักอย่าง VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต การกลั่น การรีไซเคิล แร่หายาก และโลหะเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งลงทุนแบบเชิงรับเกาะกลุ่มดัชนีแร่หายากทั่วโลก
  • กองทุนเปิด วรรณ แรร์เอิร์ธ (ONE-RAREEARTH) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักอย่าง VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF โดยเน้นลงทุนแบบเชิงรับเกาะกลุ่มดัชนีแร่หายากทั่วโลก
  • กองทุนเปิด ทิสโก้ Rare Earth & Strategic Metals (TRAREEARTH) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก 2 กองทุน ได้แก่ VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF ร่วมกับ Global X Lithium & Battery Tech ETF ที่เน้นลงทุนในบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมลิเทียม ได้แก่ การขุดเหมืองลิเทียม และการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม

3. กลุ่มอุตสาหกรรมบล็อกเชน
  • กองทุนเปิด ดาโอ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น (DAOL-DAPP) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักอย่าง VanEck Digital Transformation ETF โดยเน้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานระบบบล็อกเชนและกลุ่ม Miners ที่เริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่อง Data Center
  • กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน (ASP-DIGIBLOC) มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยกระจายการลงทุนใน 3 กองทุนหลักต่างประเทศคือ DAPP US, BKCH US และ DRAM US
  • กองทุนเปิดเคแทม Blockchain Economy (ชนิดสะสมมูลค่า) (KT-BLOCKCHAIN-A) มีนโยบายลงทุนในหุ้นของกองทุนรวมต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ได้แก่ Amplify Transformational Data Sharing ETF ร่วมกับ VanEck Digital Transformation ETF โดยกองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนในบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด​​
​ ​

ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการลงทุน

การสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มองหาเพียงแค่โอกาสของผลตอบแทน แต่ต้องประเมินและบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะทางมีข้อควรระวังสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • บริษัทความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ (Concentration Risk) กองทุนกลุ่มนี้จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก (ระดับ 6 ถึง 7) เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดจะไหลเข้าไปในอุตสาหกรรมเดียว หากเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงลบในอุตสาหกรรมนั้น ราคาหน่วยลงทุน (NAV) มีโอกาสปรับตัวลดลงได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk) เนื่องจากกองทุนทั้งหมดลงทุนในต่างประเทศ และมีการใช้กลยุทธ์ Dynamic Hedging (การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน) ผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุนไทยจึงอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
  • สถิติการปรับตัวลดลงสูงสุดในอดีต (Maximum Drawdown) ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่ากองทุนประเภทนี้มีความผันผวนสูงมาก เช่น กองทุนกลุ่มแร่หายากและบล็อกเชนบางกองทุน เคยมีสถิติการปรับตัวลดลงชั่วคราวสูงสุดในอดีตตั้งแต่ -44% ถึง -68% นักลงทุนจึงจำเป็นต้องเป็นผู้ที่รับความผันผวนได้สูงเท่านั้น

นักลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุนหุ้นเหมืองทองคำ แร่หายาก หรือเทคโนโลยีบล็อกเชน แนะนำให้แบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนไม่เกิน 20% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด เพื่อให้พอร์ตโดยรวมยังคงมีความมั่นคง ไม่ผันผวนจนเกินไป และยังสามารถสร้างโอกาสการเติบโตได้ในระยะยาว


หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • TRAREEARTH, DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC, KT-BLOCKCHAIN: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
    • A-RING, DAOL-RARE, ONE-RAREEARTH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • A-RING, DAOL-RARE, ONE-RAREEARTH, TRAREEARTH, DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC, KT-BLOCKCHAIN: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
    • A-RING, DAOL-RARE, ONE-RAREEARTH, DAOL-DAPP, ASP-DIGIBLOC, KT-BLOCKCHAIN: T+2
    • TRAREEARTH: T+3

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

K WEALTHสุวิมล ยิ่งเจริญรุ่งโรจน์ CFP®

Back to top