-
ทั่วโลกจับตา SpaceX IPO และธีม Space Economy ที่กำลังก้าวจาก "ความฝัน" สู่ "ธุรกิจจริง" โดยมีแรงหนุนจากเทคโนโลยีดาวเทียม Direct-to-Cell และความต้องการด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
-
กองทุน A-JEDI เปิดโอกาสเข้าถึงหุ้นอวกาศโดยตรง ผ่านการลงทุนในบริษัทชั้นนำของระบบนิเวศอวกาศ ผู้ลงทุนควรเข้าใจว่าธีมนี้มีศักยภาพการเติบโตสูงควบคู่กับความผันผวนที่สูงเช่นกัน
หากย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปีก่อน การลงทุนในธุรกิจอวกาศอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวและเต็มไปด้วยความฝัน แต่ปัจจุบัน Space Economy กำลังเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดสู่การใช้งานจริง อีกทั้งยังมีบริษัทที่กำลังถูกจับตามองจากทั่วโลกอย่าง SpaceX ที่สร้างพัฒนาการสำคัญให้กับ Space Economy กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่นักลงทุนทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจ
ทำไมธีมเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ถึงน่าสนใจในเวลานี้
อุตสาหกรรมอวกาศไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของงานวิจัยหรือโครงการของรัฐบาลอีกต่อไป แต่ได้ก้าวเข้าสู่ยุค Commercial Space Economy ที่สร้างรายได้และมีการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ด้านดังนี้
-
ต้นทุนการปล่อยกระสวยอวกาศลดลงอย่างมหาศาล (~90%) นวัตกรรม Reusable Rocket จรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ของ SpaceX ช่วยลดต้นทุนในการขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรลงอย่างมาก ทำให้กิจกรรมทางอวกาศมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์และเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานนอกโลกได้ง่ายขึ้น
-
เทคโนโลยี Direct-to-cell เชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด บริษัทอย่าง AST SpaceMobile และ Globalstar พันธมิตรผู้ให้บริการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมของ Apple iPhone กำลังเริ่มให้บริการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือจากอวกาศตรงสู่เครื่องผู้ใช้งาน ช่วยกลบจุดบอดของเสาสัญญาณบนพื้นดินในพื้นที่ห่างไกล
-
งบประมาณด้านความมั่นคงและกลาโหมทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นให้ชาติต่างๆ หันมาพึ่งพาตนเองด้านการสื่อสารและการเก็บข้อมูลอุตุนิยมวิทยาผ่านดาวเทียม (Resilient communications & Intelligence)
กองทุน A-JEDI ลงทุนในธุรกิจอะไรบ้าง
กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส สเปซ อินโนเวเตอร์ส (A-JEDI) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักอย่าง VanEck Space Innovators UCITS ETF ซึ่งบริหารจัดการภายใต้เกณฑ์ UCITS เกณฑ์มาตรฐานยุโรปที่ควบคุมไม่ให้กองทุนลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเกิน 10% เพื่อกระจายความเสี่ยง ทำให้กองทุนไม่มีการถือหุ้นตัวใดตัวหนึ่งกระจุกตัวมากเกินไป โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มอวกาศโดยตรง (Pure-play Space Economy) ประมาณ 25 บริษัท ครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
-
ธุรกิจเกี่ยวกับกระสวยอวกาศและการปล่อยตัว (Launch and propulsion) เช่น Rocket Lab, Firefly Aerospace, Intuitive Machines, Avio, Astroscale, ispace, Hanwha Aerospace
-
ผู้ให้บริการด้านการจัดการดาวเทียม (Satellite operators and communications) เช่น Viasat, EchoStar, Globalstar, Iridium, SES, Eutelsat, SKY Perfect JSAT
-
ผู้ให้บริการสัญญาณอินเตอร์เนตจากอวกาศตรงสู่ผู้ใช้งาน (Direct-to-cell and new communications) เช่น AST SpaceMobile, NextNav, Gilat Satellite
-
ธุรกิจด้านการสำรวจพื้นผิวโลกและอวกาศ (Earth observation and space data) เช่น Planet Labs, MDA Space, BlackSky, QPS Holdings
-
ผู้ผลิตอะไหล่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (Specialty supply chain) เช่น Redwire, Melrose Industries, Ducommun, WNC Corp
กองทุนนี้จะไม่มีสัดส่วนการลงทุนในบริษัทที่รายได้หลักไม่ได้มาจากธุรกิจอวกาศโดยตรง เช่น Lockheed Martin หรือ Northrop Grumman ทำให้ผู้ลงทุนได้รับประโยชน์จากธีมการพัฒนาอวกาศอย่างแท้จริง โดยเน้นหนักในภูมิภาคอเมริกา 74% เอเชีย 15% และยุโรป 12%
โครงสร้างพอร์ตของกองทุนหลัก
ทรัพย์สินที่ลงทุน 10 อันดับแรกของกองทุนหลัก ได้แก่
บริษัท
|
สัดส่วน
|
Rocket Lab Corp
| 9.28%
|
Viasat Inc
| 6.59%
|
Ast Spacemobile Inc Class A
| 6.44%
|
Planet Labs Pbc Class A
| 6.24%
|
Echostar Corp Class A
| 5.50%
|
WNC Corp
| 5.38%
|
Globalstar Inc
| 5.37%
|
Intuitive Machines Class A
| 5.36%
|
Firefly Aerospace Inc
| 5.27%
|
ที่มา: VanEck Space Innovators UCITS ETF as of 5 June 2026
สิ่งที่ควรระวัง
แม้ว่าผลตอบแทนระยะสั้นจะเติบโตอย่างร้อนแรง แต่นักลงทุนจำเป็นต้องประเมินสภาพความเป็นจริงของบริษัทในอุตสาหกรรมนี้ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนาธุรกิจ (Early Stage) และมีความเสี่ยงสูงในด้านงบการเงินดังนี้
-
บริษัทส่วนใหญ่ในพอร์ตยังไม่มีกำไร (Unprofitable) หุ้นหลักอย่าง Rocket Lab, AST SpaceMobile, Planet Labs, และ Intuitive Machines ยังคงดำเนินงานแบบขาดทุนสุทธิ ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้มีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและสภาวะสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกสูงมาก
-
ความเสี่ยงทางเทคนิคและอุบัติภัยทางอวกาศ อุตสาหกรรมนี้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูงที่อาจเกิดความผิดพลาดได้เสมอ เช่น เหตุการณ์กระสวยอวกาศของ Blue Origin ระเบิดเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาเชิงลบต่อราคาหุ้นในกลุ่มอวกาศทั้งระบบทันที
-
สถานะทางการเงินที่ยังเสียเปรียบดัชนีหุ้นโลก หากเปรียบเทียบสัดส่วนทางการเงินของกองทุนหลัก JEDI กับดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI) จะพบว่าค่าเกณฑ์เกือบทุกด้านยังคงมีความเปราะบางและมีความเก็งกำไรสูง (Speculative)
กองทุน A-JEDI เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธีมแห่งอนาคต และมองหาโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเติบโต การลงทุนควรอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และควรเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
คำถามยอดฮิต: ลงทุนในกองทุน A-JEDI แล้วจะมีสัดส่วนลงทุนในบริษัท SpaceX หลัง IPO หรือไม่?
คำตอบ: มี เนื่องจากกองทุนแม่อย่าง VanEck Space Innovators UCITS ETF เป็นกองทุนธีมเมติกแบบ passive ดังนั้นเมื่อ SpaceX เข้าสู่ตลาดหุ้น กองทุนสามารถพิจารณาเป็นกรณีพิเศษในการค่อยๆ เริ่มเพิ่มสัดส่วนในการถือครองบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องในการเทรดอย่าง SpaceX ได้ทันที โดยไม่ต้องรอรอบพิจารณาประจำไตรมาส
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- A-JEDI: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- A-JEDI: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)