-
เศรษฐกิจไทย Q1 ขยายตัว +2.8% YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.2% ได้แรงหนุนสำคัญจากภาคส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวกับ AI ที่เติบโตแกร่ง
-
แม้ส่งออกดีแต่ สศช. หั่นเป้านักท่องเที่ยวเหลือ 32 ล้านคนจากพิษสงครามตะวันออกกลาง แถมอัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 0.91% สะท้อนกำลังซื้อในประเทศที่ยังแผ่วลง
-
K WEALTH คงมุมมอง Neutral ต่อหุ้นไทย แนะนำ Selective Buy เน้นหุ้นปันผลสูงผ่านกองทุน K-VALUE และใช้กองตราสารหนี้ระยะสั้นอย่าง K-SF-A หรือ K-SFPLUS-A เป็นที่พักเงินหลัก
Market Update
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 69 ทางสำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ (สศช.) ประกาศตัวเลข GDP ของไทยไตรมาส 1 สรุปได้ดังนี้
ตัวเลขสำคัญ
- GDP Q1/2026 ขยายตัว +2.8% YoY (+0.7% QoQ) สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.2% YoY อย่างมีนัยสำคัญ
- เร่งตัวขึ้นจาก 2.5% YoY ใน Q4/2025
แรงขับเคลื่อนหลัก
- ส่งออกหนุนเศรษฐกิจ โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับคาดการณ์ส่งออกทั้งปีเป็น +9.6% YoY (จาก +2.0%)
- กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์/สินค้าเกี่ยวกับ AI หนุนการส่งออก โดย ส่งออกเดือนมี.ค. +18.7% YoY
จุดเปราะบางที่ต้องจับตา
- คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีเหลือ 32 ล้านคน (จาก 35 ล้าน) ผลจากสงครามตะวันออกกลาง
- อัตราว่างงานเพิ่มเป็น 0.91% จาก 0.70% (Q4/2025)
- การบริโภคเอกชน ถูกกดดันจากค่าครองชีพสูงและรายได้ที่แผ่วลง
สศช.คงกรอบประมาณการ GDP ทั้งปี 2026 ที่ 1.5–2.5% ไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมเดินหน้าแผนกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อบรรเทาค่าครองชีพและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับประมาณการ GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% จากเดิม 1.2% ตามตัวเลข GDP Q1 ที่ดีกว่าคาด โมเมนตัมการลงทุนเอกชนที่แข็งแกร่ง และแรงหนุนจาก พ.ร.ก. กู้เงิน
- การส่งออกทั้งปีคาดขยายตัว +8.2% ขณะที่การนำเข้าคาดโตสูงถึง +13.9% ตามแรงลงทุน ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุลลดลงจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
คำแนะนำการลงทุน
มุมมองต่อตราสารหนี้ไทย: Slightly Positive
เรายังคงมุมมอง Slightly Positive ต่อตราสารหนี้ไทย โดยยังคงเป็นสินทรัพย์หลักสำหรับ พักเงินและกระจายความเสี่ยง ในพอร์ต ช่วยลดแรงกระแทกจากความผันผวนของตลาด พร้อมสร้างรายได้ดอกเบี้ยที่สม่ำเสมอในช่วงที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน เช่น K-SF-A, K-SFPLUS-A
มีมุมมองต่อหุ้นไทย: Neutral
-
สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นไทย
- หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% และถือต่อได้ หรือนำเงินลงทุนใหม่ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจ
- หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อได้ หรือนำเงินลงทุนใหม่ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจ
-
สำหรับนักลงทุนทั่วไป และผู้ที่ไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นไทย
- สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นไทย แนะนำลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจ หากสนใจ แนะนำเน้นเลือกลงทุนอย่างระมัดระวังในกองทุนหุ้นไทย กองทุนหุ้นไทยที่ได้ประโยชน์ทางภาษี หรือกองทุนที่มีกระแสรายได้สม่ำเสมอ/หุ้นปันผลสูง เช่น K-VALUE
-
สำหรับเงินที่ได้จากการขายคืนและเงินที่ต้องการลงทุนเพิ่ม แนะนำลงทุนกองทุนที่น่าสนใจ ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ ดังนี้
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยเข้าลงทุนในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว เช่น
- กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่
- K-WealthPLUS Series ซึ่งเป็นกองทุนผสมอย่าง K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP
- นักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นสัดส่วนเกิน 20% หรือมีกำไรมากกว่า 10% แนะนำทยอยขายทำกำไรบางส่วน (Take Profit) เพื่อล็อกผลตอบแทนและปรับพอร์ตให้สมดุล
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-GHEALTH, K-ATECH, K-GINFRA-A(D), K-VALUE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GHEALTH, K-GINFRA-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-VALUE: T+3
- K-GHEALTH, K-ATECH, K-GINFRA-A(D): T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6