-
ผลประชุม Trump-Xi ชื่นมื่นในระยะสั้น จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรปีละ 17,000 ล้านดอลลาร์ และดีลซื้อเครื่องบิน Boeing อีก 200 ลำ ช่วยลดความกังวลเรื่องสงครามการค้า (Trade War) หนุน Sentiment ตลาดหุ้นทั่วโลก
-
แม้บรรยากาศจะบวก แต่เรื่องภาษี ไต้หวัน และความมั่นคงยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน เป็นเพียงการจัดระเบียบความสัมพันธ์ใหม่ชั่วคราว ไม่ใช่การ Reset ความสัมพันธ์ทั้งหมดในระยะยาว
-
K WEALTH มองเป็นบวกระยะสั้นต่อหุ้นเทคฯ และผู้ส่งออกจีน แนะนำให้นักลงทุนฉวยจังหวะนี้ Rotate เม็ดเงินจาก K-CHINA ไปเข้า K-ATECH เพื่อเกาะธีมเอเชียเทคโนโลยีและ Supply Chain ที่แข็งแกร่งและได้อานิสงส์ที่กว้างกว่า
Market Update
การประชุม Trump-Xi Summit ที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา มีข้อสรุปที่เป็นความคืบหน้าทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ดังนี้
-
จีนเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ
จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ อย่างน้อยปีละ 17,000 ล้านดอลลาร์จนถึงปี 2028 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและวัตถุดิบ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด เนื้อสัตว์ รวมถึงพลังงานบางส่วน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศในระยะสั้น
-
มีดีลใหญ่ด้านการบินและเทคโนโลยี
จีนตกลงซื้อเครื่องบิน Boeing ราว 200 ลำ ขณะที่สหรัฐฯ ยอมขายเครื่องยนต์และชิ้นส่วนอากาศยานให้จีน นอกจากนี้ Trump ยังพาผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย สะท้อนว่าสหรัฐฯ อาจไม่ได้ต้องการตัดขาดจีนทั้งหมด แต่ต้องการจัดระเบียบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใหม่
-
บรรยากาศการเจรจาดีขึ้น แต่ประเด็นใหญ่ยังไม่จบ
ทั้งสองฝ่ายใช้ถ้อยคำเชิงบวก และเห็นพ้องเรื่องความสัมพันธ์ที่ “สร้างสรรค์และมีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอย่าง ไต้หวัน ภาษี และความมั่นคง ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน ทำให้ความสัมพันธ์ยังมีความไม่แน่นอนอยู่
Market Outlook
- โดยรวมการประชุมครั้งนี้ถือเป็น บวกเล็กน้อยต่อ Sentiment ตลาด เพราะช่วยลดความเสี่ยง Trade War ในระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่การ Reset ความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน เนื่องจากประเด็นใหญ่ เช่น ไต้หวัน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน
คำแนะนำการลงทุน
คำแนะนำเฉพาะการลงทุนในจีน: หุ้นจีนได้ Sentiment หนุน แต่ต้องเลือกลงทุนให้ถูกธีม
ระยะสั้น: หุ้นจีนมีโอกาสได้แรงหนุนจากความเสี่ยงการค้าที่ลดลง
การประชุมช่วยลดความกังวลเรื่องภาษีและการตัดขาดทางเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดหุ้นจีนและ EM ที่เกี่ยวข้องกับจีนมีโอกาสได้แรงหนุน โดยเฉพาะกลุ่ม เทคโนโลยี ส่งออก อุตสาหกรรมขั้นสูง และ Supply Chain โลก
ระยะกลาง: ยังควรลงทุนแบบ Selective ไม่ใช่ซื้อจีนทั้งตลาด
เศรษฐกิจจีนยังฟื้นตัวไม่เท่ากัน โดยภาคการผลิตและส่งออกยังดูแข็งแรงกว่าการบริโภคในประเทศ จึงควรเน้นกลุ่มที่มีแรงหนุนชัดเจน เช่น AI, Technology, High-end Manufacturing และ Export-related sectors
คำแนะนำการลงทุน: พิจารณา Rotate จาก K-CHINA ไป K-ATECH
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับโอกาสจากจีน แนะนำพิจารณา ปรับจาก K-CHINA ไป K-ATECH เพื่อให้ได้ Exposure ที่ตรงกว่าในธีม AI China และยังได้ประโยชน์จากธีม AI ที่กว้างขึ้นในเอเชีย ผ่านกลุ่มเทคโนโลยีและ Supply Chain สำคัญในภูมิภาคเอเชีย
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D): T+2
- K-ATECH: T+4