AI ยังฮอตไม่พัก ดัน K-ATECH บวก 8% ในสัปดาห์เดียว

กดฟัง
หยุด
  • หุ้นเทคโนโลยีเอเชียปรับขึ้นเด่นจากกระแส AI โดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor และ Memory Chip
  • กองทุน K-ATECH ปรับตัวขึ้น 8.43% ในช่วง 30 เม.ย.-7 พ.ค. 69 จากแรงหนุนของหุ้นเทคเกาหลีใต้
  • K WEALTH ยังมีมุมมองค่อนข้างบวกต่อธีม AI แต่แนะนำทยอยลงทุน และควรกระจายความเสี่ยงไปธีมหรือกลุ่มหุ้นที่หลากหลายด้วย

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเอเชียปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังนักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับธีมการเติบโตของ AI โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปและชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI แรงขับเคลื่อนหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Semiconductor โดย Samsung Electronics ตอบรับผลประกอบการไตรมาส 1 ที่แข็งแกร่ง และกำไรจากธุรกิจชิปหน่วยความจำที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการ AI Data Center เช่นเดียวกับ SK Hynix ที่ปรับตัวขึ้นแรงตามกระแส AI ช่วยหนุนดัชนี KOSPI โดยราคากองทุน K-ATECH ในช่วง 30 เม.ย.-7 พ.ค. 69 มีการปรับตัวขึ้น 8.43%


นอกจากนี้หุ้นเทคโนโลยีอื่นในเอเชียทั้งในไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีนได้รับอานิสงส์ AI ตามไปเช่นกัน จึงต่างช่วยหนุนให้ทั้งตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นได้จากหลายกองทุนของ KAsset ที่มีการลงทุนส่วนใหญ่หรืออาจมีการลงทุนบางส่วนในตลาดหรือสินทรัพย์ดังกล่าว หรือได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ดังกล่าว ในช่วง 30 เม.ย.-7 พ.ค. 69 เช่น K-CHINA-A(A) ที่เน้นลงทุนหุ้นจีน และ K-JP-A(D) ที่เน้นลงทุนหุ้นญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 4.15% และ 2.39% ตามลำดับ หรือ K-WPULTIMATE K-WPBALANCED ที่เป็นกองทุนผสม ปรับตัวขึ้น 2.36% และ 1.34% ตามลำดับ


มุมมองการลงทุน

K WEALTH มีมุมมอง Slightly Positive (มุมมองค่อนข้างบวก) ต่อหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure, Semiconductor, Memory Chip และ Data Center เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก


หุ้นกลุ่มชิปในเอเชียยังมีจุดเด่นจากบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI โดย TSMC เป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงรายใหญ่ ขณะที่ Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้เล่นหลักในตลาด Memory และ High Bandwidth Memory ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ AI Server และ Data Center


ในระยะสั้น การปรับตัวขึ้นมาเร็วอาจตามด้วยความผันผวนแต่ในระยะกลางถึงยาว ภาพการเติบโตของ AI ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก โดยเฉพาะบริษัทที่มีความสามารถในการผลิตชิปขั้นสูง มี Pricing Power และได้รับประโยชน์จากการลงทุน Data Center ทั่วโลกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง


คำแนะนำการลงทุน จาก K WEALTH

  • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง สามารถลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ เช่น K-SFPLUS หรือ K-FIXEDPLUS เพื่อพักเงินและหาจังหวะที่เหมาะสมเพื่อลงทุนตามกองทุนแนะนำ
  • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้กลาง-สูง แนะนำทยอยสะสมในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว ตามวัตถุประสงค์การลงทุนของเงินลงทุนแต่ละก้อน ได้แก่
    • เพื่อกระจายการลงทุนหรือเพิ่มโอกาสในตราสารหนี้ต่างประเทศ ไปกับกองทุนตราสารหนี้โลกอย่าง K-GDBOND
    • เพื่อบริหารพอร์ตอย่างยั่งยืนตามความเสี่ยงที่รับได้ผ่านกองทุนผสมไปกับ K-WealthPLUS Series เช่น K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP
    • เน้นลงทุนในหุ้นบางกลุ่ม ซึ่งมีโอกาสที่น่าสนใจ แต่ K WEALTH ยังคงแนะนำให้ลงทุนแต่ละกลุ่มกองทุน ไม่ควรเกิน 20%ของเงินลงทุนโดยรวม เพื่อลดความเสี่ยงการลงทุนกระจุกตัว เช่น
      • กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย ผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่า เกาะกระแส AI
      • กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ผ่านกองทุน ES-GTECH หรือ K-GTECH ซึ่งมีระดับ Valuation ไม่ตึงตัวมาก การเติบโตเด่นจากทิศทาง AI ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
      • กลุ่ม Defensive อย่าง Global Healthcare ผ่านกองทุน KT-HEALTHCARE หรือ K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SF, K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) , K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH, K-GINFRA-A(D), K-GHEALTH ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ KT-HEALTHCARE, ES-GTECH, K-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 50%ของเงินลงทุนต่างประเทศ K-SF ได้แก่ นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GINFRA-A(D), K-GHEALTH ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-GDBOND-A(A), K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH K-GTECH
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SF, K-SFPLUS-A T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) T+4 ได้แก่ K-GINFRA-A(D), K-ATECH, KT-HEALTHCARE, ES-GTECH, K-GTECH, K-GHEALTH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP


คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top