ศาลการค้าสหรัฐฯ ตัดสินมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ไม่มีฐานกฎหมายรองรับ

กดฟัง
หยุด
  • ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ มีมติ 2 ต่อ 1 ว่าภาษีนำเข้า 10% แบบครอบคลุมทั่วโลกของ Donald Trump ที่ประกาศเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับ
  • คำตัดสินดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันต่อภาคนำเข้าและต้นทุนของภาคธุรกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นบวกต่อ sentiment ตลาดหุ้นโลกในระยะกลาง แต่ตลาดยังเคลื่อนไหวแบบระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนให้น้ำหนักกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มราคาน้ำมันมากกว่าในระยะสั้น
  • หากรับความเสี่ยงได้กลาง-สูง แนะนำติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวตลาด พร้อมหาจังหวะทยอยสะสมในกองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกผ่านกองทุน ES-GTECH, K-GTECH หรือกองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาวและไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

Market Update

ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ มีมติ 2 ต่อ 1 ว่าภาษีนำเข้า 10% แบบครอบคลุมทั่วโลกของ Donald Trump ที่ประกาศเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ภายใต้กฎหมายการค้าปี 1974 ไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับ


กลุ่มธุรกิจเอกชนที่ยื่นฟ้องระบุว่า มาตรการภาษี 10% รอบใหม่นี้เป็นความพยายามใช้อำนาจภายใต้กฎหมายการค้าคนละฉบับ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ เคยวินิจฉัยจำกัดการใช้กฎหมายฉุกเฉินเพื่อเก็บภาษีนำเข้าก่อนหน้านี้


แม้คำตัดสินช่วยลดความเสี่ยงด้านสงครามการค้าในระยะสั้น แต่ยังมีโอกาสที่ฝ่าย Trump จะยื่นอุทธรณ์หรือใช้มาตรการการค้าอื่นเพิ่มเติมในอนาคต


Market Outlook

  • คำตัดสินดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันต่อภาคนำเข้าและต้นทุนของภาคธุรกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นบวกต่อ sentiment ตลาดหุ้นโลกในระยะกลาง
  • อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเคลื่อนไหวแบบระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนให้น้ำหนักกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มราคาน้ำมันมากกว่าในระยะสั้น
  • หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่อนคลายลง อาจช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงและลดแรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งพลังงาน
  • แต่หากเกิดการตอบโต้ทางการค้าหรือสถานการณ์อิหร่านยกระดับ อาจกลับมากดดันความเชื่อมั่นและเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินอีกครั้ง

สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

  • การอุทธรณ์คำตัดสินของศาลการค้าสหรัฐฯ และท่าทีของทีม Trump ต่อมาตรการภาษีนำเข้า
  • พัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่านและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
  • มุมมองการลดดอกเบี้ยของ Fed หลังความเสี่ยงเงินเฟ้อจากภาษีนำเข้าลดลงบางส่วน

คำแนะนำการลงทุน

  • สำหรับนักลงทุนที่มีความกังวลหรือรับความเสี่ยงได้น้อย หากมีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้น แนะนำถือต่อเพื่อรอติดตามสถานการณ์
  • หากไม่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้น สามารถลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ เช่น K-SFPLUS หรือ K-FIXEDPLUS เพื่อพักเงินและหาจังหวะที่เหมาะสมเมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับเข้ามาลงทุนตามกองทุนแนะนำ
  • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้กลาง-สูง แนะนำติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวตลาด พร้อมหาจังหวะทยอยสะสมในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาวและไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนี้
    • บริหารพอร์ตอย่างยั่งยืนตามความเสี่ยงที่รับได้ผ่านกองทุนผสมไปกับ K-WealthPLUS Series
    • กระจายการลงทุนไปกับกองทุนตราสารหนี้โลกอย่าง K-GDBOND
    • กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน KT-HEALTHCARE หรือ K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
    • กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกผ่านกองทุน ES-GTECH หรือ K-GTECH ซึ่งมีระดับ Valuation ไม่ตึงตัวมาก การเติบโตเด่นจากทิศทาง AI ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    • กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่า เกาะกระแส AI

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SFPLUS, K-FIXEDPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-WPULTIMATE, K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
    • KT-HEALTHCARE, ES-GTECH, K-GTECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
    • K-FIXEDPLUS: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GHEALTH, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, ES-GTECH, K-GTECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SFPLUS: T+1
    • K-FIXEDPLUS, K-GDBOND: T+2
    • K-GHEALTH, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, ES-GTECH, K-GTECH: T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6



คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top