BOJ คงดอกเบี้ยตามคาด

กดฟัง
หยุด
  • BOJ มีมติคงดอกเบี้ย 0.75% เพื่อรอดูผลกระทบราคาน้ำมันจากตะวันออกกลาง แต่คาดว่าปีนี้จะขึ้นอีก 2 ครั้ง หลังเงินเฟ้อจ่อพุ่งแตะ 2.5-3.0%
  • ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเริ่มกระทบกำไรบริษัทและอาจกระทบเศรษฐกิจของคนญี่ปุ่น ทำให้ K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อหุ้นญี่ปุ่น เพราะ Upside เริ่มถูกจำกัด
  • ใครมีหุ้นญี่ปุ่นเกิน 20% แนะนำให้ "ทยอยลดสัดส่วน" เพื่อลดความเสี่ยง หากรับความเสี่ยงได้สูง แนะนำลงทุนในกองทุน K WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, K-ATECH หากรับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำโยกเงินไปพักที่กองทุนความเสี่ยงต่ำอย่าง K-SF

Market Update

  • วันที่ 28 เม.ย. 2569 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% ตามคาด โดยยังคงรอประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นและความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
  • ด้านเงินเฟ้อ BOJ ประเมินว่า CPI ไม่รวมอาหารสดจะอยู่ในกรอบ 2.5-3.0% ในปี 2026 จากแรงกดดันของราคาน้ำมันและการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้า ก่อนทยอยชะลอลงสู่ระดับราว 2.0% ในปี 2028 ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากตลาดแรงงานที่ตึงตัว การปรับขึ้นค่าจ้าง และพฤติกรรมการตั้งราคาของภาคธุรกิจที่เปลี่ยนไป
  • ด้านเศรษฐกิจ BOJ คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะชะลอตัวในปี 2026 เนื่องจากกำไรภาคธุรกิจและรายได้ครัวเรือนถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ภาวะการเงินที่ยังผ่อนคลาย และผลประกอบการภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตในระดับปานกลางตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
  • ความเสี่ยงหลักยังมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด อาจกดดันกำไรภาคธุรกิจ รายได้ครัวเรือน และอุปสงค์ในประเทศ ขณะเดียวกัน หากต้นทุนพลังงานถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและค่าจ้างมากขึ้น อาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อสูงกว่าคาด และเพิ่มความซับซ้อนต่อทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ

ดัชนีและกองทุนที่เกี่ยวข้อง

Nikkei 225: -0.9%


JP 10Y Bond Yield: 2.48% (+1 bps)


USD/JPY: 159.04 (-0.36)


(ข้อมูล ณ 28 เม.ย. 2569)


Market Outlook

  • คาดว่า BOJ จะยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไป จากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย และระดับดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดย K WEALTH คาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
  • K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อหุ้นญี่ปุ่น จากผลประกอบการภาคธุรกิจยังอยู่ในระดับดี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้ม BOJ ทยอยขึ้นดอกเบี้ย อาจจำกัด Upside ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะสั้น
  • K WEALTH มีมุมมอง ระมัดระวังต่อพันธบัตรญี่ปุ่น เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังมีแนวโน้มทรงตัวใกล้หรือสูงกว่าเป้าหมาย 2% และ BOJ ยังส่งสัญญาณพร้อมปรับนโยบายการเงินให้ตึงตัวขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นให้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

คำแนะนำการลงทุน

ในช่วงที่ตลาดการเงินยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้


  • กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ (เช่น K WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, K-ATECH): กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” / ยังไม่มี “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
  • สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ: ถือได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองไปยัง K-SF, K-SFPLUS หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองตราสารหนี้โลก เช่น กอง K-GDBOND
  • ตลาดยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนอ่อนไหวสูง (เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG) กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” / ยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น
  • สำหรับผู้ที่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นญี่ปุ่นอยู่:
    • หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อ
    • หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20%
หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SFPLUS: T+1
    • K-FIXEDPLUS-A, K-GDBOND-A(A): T+2
    • K-JPX-A(A): T+3
    • K-GHEALTH, K-GINFRA, K-CHANGE, K-ATECH, K-JP-A(D): T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6


คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top