-
เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1 ปี 2026 ขยายตัว 5.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากภาคการผลิตและการส่งออก แต่ปัจจัยภายในประเทศยังคงเปราะบางซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อความยั่งยืนของการฟื้นตัว
-
K WEALTH มีมุมมองค่อนข้างบวกต่อการลงทุนหุ้นจีน สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้นจีน แนะนำปรับพอร์ตให้เหมาะกับความเสี่ยง
Market Update
วันที่ 16 เม.ย. 2569 เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 1 ปี 2026 ขยายตัว 5.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ (4.8%) และเร่งตัวขึ้นจาก 4.5% ในไตรมาสก่อนหน้า
การเติบโตได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคการผลิตและการส่งออก โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวดีกว่าคาด และมูลค่าการค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศยังคงเปราะบาง โดยการบริโภคชะลอตัว และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อความยั่งยืนของการฟื้นตัว
เศรษฐกิจข้างหน้า: โตได้ แต่ยังไม่แข็งแรงเต็มที่
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาดสะท้อนว่า ผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับจำกัดในระยะสั้น ทำให้ภาครัฐสามารถดำเนินนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออกและการลงทุนในเทคโนโลยี/AI ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
ภาพรวมยังเป็นการฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง และยังต้องพึ่งพานโยบายสนับสนุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภค
หุ้นจีน: จาก 3 ธีมหลัก เหลือ Tech ที่ยังโดดเด่น
มุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้ปรับจากเดิมที่มี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่โดดเด่น สู่ภาวะที่โอกาสการลงทุนมีความกระจุกตัวมากขึ้น โดยเหลือเพียงบางกลุ่มที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับอย่างชัดเจน
- MSCI China Information Technology ยังมีมุมมอง positive เป็นกลุ่มที่น่าสนใจที่สุด จากแรงหนุนของธุรกิจชิปและ AI ที่เติบโตต่อเนื่อง
- MSCI China Communication Services ปรับลงเป็น neutral สะท้อนโอกาสการเติบโตที่เริ่มจำกัด และความท้าทายในการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่
- MSCI China Consumer Discretionary ปรับเป็น slightly negative สะท้อนกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ และความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวในระยะถัดไป
คำแนะนำกองทุน
กลยุทธ์สำหรับผู้ถือกองทุน K-CHINA: ปรับพอร์ตให้เหมาะกับความเสี่ยง
- นักลงทุนความเสี่ยงสูง: พิจารณาทยอยสับเปลี่ยนจาก K-CHINA ไปยัง K-ATECH เพื่อกระจายไปหุ้นเทคเอเชีย (จีน ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น) และรับธีม AI
- นักลงทุนความเสี่ยงปานกลาง: แนะนำ K-WealthPLUS Series, K-ATECH เพื่อบาลานซ์ระหว่างการเติบโตและการควบคุมความผันผวน
- นักลงทุนความเสี่ยงต่ำ: แนะนำย้ายไปตราสารหนี้คุณภาพ เช่น K-FIXED, K-FIXEDPLUS หรือ K-GDBOND เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-FIXED, K-FIXEDPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-CHINA, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-FIXEDPLUS: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-CHINA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-FIXED, K-FIXEDPLUS, K-GDBOND: T+2
- K-CHINA, K-ATECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6