K-GINFRA สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่ผสานความ Defensive และการเติบโต

กดฟัง
หยุด
  • K-GINFRA เป็นกองทุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่มีจุดเด่นด้านรายได้มั่นคงและสามารถส่งผ่านต้นทุน ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์สงคราม US–Iran ซึ่งเป็นลักษณะของ energy-driven inflation shock ได้ดี
  • ในระยะสั้นกองทุนยังคงมีความเป็น defensive และได้รับผลกระทบจำกัดจากเงินเฟ้อ ขณะที่ในระยะยาวได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของ AI และ data center ที่ผลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดภาวะ demand สูงกว่า supply ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของกลุ่ม utilities และ infrastructure อย่างต่อเนื่อง
  • อย่างไรก็ตาม ด้วย valuation ที่เริ่มตึงตัว ผลตอบแทนในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการเติบโตของกำไรเป็นหลัก จึงแนะนำให้ถือลงทุนต่อพร้อมปรับพอร์ตเชิงกลยุทธ์ โดยทยอยทำกำไรในส่วนที่ได้ผลตอบแทนสูง และใช้จังหวะตลาดผันผวนในการสะสมเพิ่มสำหรับผู้ที่มีสัดส่วนการลงทุนต่ำหรืออยู่ในช่วงขาดทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวอย่างเหมาะสม

ภาพรวมกองทุน K-GINFRA และความสามารถในการรับมือสถานการณ์ US–Iran

K-GINFRA เป็นกองทุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ลงทุนในธุรกิจสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) พลังงาน โครงข่ายไฟฟ้า (Transmission & Grid) รวมถึงสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่มีลักษณะรายได้มั่นคงและคาดการณ์ได้


ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ซึ่งสะท้อนเป็น energy-driven inflation shock นั้น กองทุนยังคงมีความแข็งแกร่งจากปัจจัยสำคัญดังนี้

  1. โครงสร้างรายได้ที่มั่นคงและสามารถส่งผ่านต้นทุนได้ (Cost pass-through mechanism)
  2. ธุรกิจส่วนใหญ่ดำเนินงานภายใต้ regulatory framework หรือสัญญาระยะยาว ทำให้สามารถปรับราคาขาย


    ตามต้นทุนพลังงานหรือเงินเฟ้อได้ แม้อาจมีระยะเวลาหน่วง (lag) ในบางกรณี


  3. การกระจายการลงทุนในระดับโลก
  4. พอร์ตการลงทุนไม่ได้กระจุกตัวในภูมิภาคที่มีความขัดแย้งโดยตรง จึงช่วยลดผลกระทบจาก geopolitical risk ได้อย่างมีนัยสำคัญ


  5. ลักษณะของ shock ที่กระจุกตัวในพลังงาน (Energy-specific shock)
  6. แตกต่างจากวิกฤตที่กระทบ supply chain ในวงกว้าง สถานการณ์ปัจจุบันส่งผลต่อเงินเฟ้อเป็นหลัก ขณะที่ ผลกระทบต่อกำไรของกลุ่ม infrastructure ยังอยู่ในระดับจำกัด



ดังนั้น K-GINFRA จึงสามารถวางตำแหน่งเป็น สินทรัพย์เชิงรับ (defensive asset) ที่มีความสามารถในการรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ปัจจัยขับเคลื่อน: ระยะยาวและระยะสั้น

Long-term Catalysts: โอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้าง
  1. การเติบโตของ AI และ Data Center
  2. การขยายตัวของ AI ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย demand จาก data center เติบโตในระดับ ~10–15% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ


  3. ภาวะ Demand–Supply Imbalance ในภาคพลังงาน
  4. การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าใช้เวลานาน (มากกว่า 2 ปี) และเผชิญข้อจำกัดด้าน regulation, supply chain และนโยบาย ทำให้ supply ไม่สามารถปรับตัวทัน demand ส่งผลให้เกิด structural imbalance


  5. การได้รับประโยชน์ทั้ง Value Chain
  6. ไม่เพียงเฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้า (generation) แต่ยังรวมถึงธุรกิจโครงข่าย (grid), transmission และ infrastructure ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็น bottleneck สำคัญของระบบ



ประเด็นข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า K-GINFRA ไม่ได้เป็นเพียงกองทุน defensive แต่ยังเป็นธีมการลงทุนระยะยาวที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของ AI (AI infrastructure theme)


Short-term Catalysts: ปัจจัยสนับสนุนในระยะสั้น
  1. ภาวะเงินเฟ้อจากพลังงาน (Energy-driven inflation)
  2. การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้ headline inflation เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับจำกัดในระยะสั้น


  3. ความสามารถในการรักษาระดับกำไร
  4. สินทรัพย์ส่วนใหญ่ในพอร์ตมีความสามารถในการปรับราคาตามเงินเฟ้อ ส่งผลให้ผลกระทบต่อกำไรโดยรวมอยู่ในระดับต่ำ โดยมีเพียงส่วนน้อยของพอร์ตที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ


  5. คุณสมบัติ Defensive ของกลุ่ม Utilities
  6. กลุ่ม utilities มีลักษณะกำไรที่มีเสถียรภาพ (stable earnings) และมี sensitivity ต่อเศรษฐกิจต่ำ ส่งผลให้มี drawdown ต่ำกว่าตลาดหุ้นโดยรวม



อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาว่า valuation ของกลุ่มดังกล่าวได้ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ทำให้ upside จาก multiple expansion เริ่มจำกัด และผลตอบแทนในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการเติบโตของกำไร (earnings growth) เป็นหลัก


คำแนะนำการลงทุน

ภายใต้บริบทปัจจุบัน แนะนำให้ใช้แนวทาง “ถือการลงทุน พร้อมปรับพอร์ตเชิงกลยุทธ์ตามระดับผลตอบแทนและความเสี่ยง”

  • ลูกค้าที่มีกำไรในระดับสูง (>10%)
  • ควรพิจารณาทยอยทำกำไรบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยงจาก valuation ที่เริ่มตึงตัว และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ต โดยยังสามารถคงสัดส่วนการลงทุนบางส่วนเพื่อรับโอกาสจากธีมระยะยาว


  • ลูกค้าที่กำไร (<10%)
  • แนะนำถือต่อ และสามารถทยอยสะสมเพิ่มในช่วงที่ตลาดปรับฐาน โดยเน้นการลงทุนตามธีม AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน


  • ลูกค้าที่ยังขาดทุนอยู่
  • ไม่แนะนำให้ขายตัดขาดทุนจากความผันผวนระยะสั้น แต่ควรใช้จังหวะตลาดอ่อนตัวในการทยอยสะสมเพิ่มภายใต้กรอบการจัดสรรสินทรัพย์ที่เหมาะสม โดยยังคงให้ความสำคัญกับคุณสมบัติ defensive และความสามารถในการสร้างกำไรของกองทุนในระยะยาว



ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Bloomberg


หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
  • K-GINFRA: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6


  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
  • K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ


  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
  • K-GINFRA: T+4



คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

K WEALTHณัฐภัทร มิตรศิริสวัสดิ์ CFA, FRM, CAIA

Back to top