เงินเฟ้อสหรัฐฯ ดีดรับราคาน้ำมันพุ่ง

กดฟัง
หยุด
  • Headline CPI สหรัฐฯ ดีดขึ้นสู่ 3.3% จากแรงกดดันหมวดพลังงานที่พุ่งแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ขณะที่ Core CPI ยังขยับขึ้นจำกัดที่ 2.6% สะท้อนว่าต้นทุนพลังงานคือปัจจัยหลัก
  • เมื่อเงินเฟ้อยังห่างจากเป้าหมาย 2% Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้นเพื่อรอดูสถานการณ์ ทำให้ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูงในระยะสั้น
  • แนะนำกองทุนที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานต่ำ เช่น K-GINFRA, K-ATECH และใช้กองตราสารหนี้ระยะสั้นอย่าง K-SF เป็นที่พักเงินเพื่อลดความเสี่ยง

Market Update

  • ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ (Headline CPI) เดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 3.3% YoY จาก 2.4% ในเดือนก.พ. และเพิ่มขึ้น 0.9% MoM สอดคล้องกับที่ตลาดคาด สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นชัดเจนในเดือนที่ผ่านมา
  • ปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อรอบนี้มาจาก หมวดพลังงาน โดยดัชนีพลังงานเพิ่มขึ้น 10.9% MoM และ 12.5% YoY ขณะที่ ราคาน้ำมันเบนซินพุ่ง 21.2% MoM ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1967
  • ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% YoY จาก 2.5% ในเดือนก.พ. และเพิ่มขึ้น 0.2% MoM เท่ากับเดือนก่อน สะท้อนว่าแม้เงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้นแรง แต่แรงกดดันในหมวดพื้นฐานยังขยับขึ้นค่อนข้างจำกัด
  • ในรายละเอียด หมวดที่ยังหนุน Core CPI ได้แก่ ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น 0.3% MoM, เครื่องนุ่งห่ม เพิ่มขึ้น 1.0% MoM และ รถยนต์ใหม่ เพิ่มขึ้น 0.1% MoM เป็นต้น

Market Outlook

  • แม้ Core CPI ยังขยับขึ้นไม่มาก แต่การเร่งขึ้นของ Headline CPI ไปที่ 3.3% สะท้อนว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ สูงกว่าเป้าหมาย Fed ที่ 2% อย่างมีนัยสำคัญ และความเสี่ยงด้านราคายังไม่หมดไป
  • โครงสร้างเงินเฟ้อรอบนี้ชี้ว่าแรงกดดันหลักมาจาก ราคาน้ำมันและพลังงาน มากกว่าการเร่งขึ้นแบบกว้างในทุกหมวด จึงทำให้ตลาดยังต้องติดตามต่อว่าแรงกดดันนี้จะเป็นเพียงระยะสั้น หรือเริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการวงกว้างมากขึ้น
  • ในมุมมองนโยบายการเงิน ตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังสูง ประกอบกับตลาดแรงงานที่ยังดูทรงตัว อาจทำให้ Fed มีแนวโน้ม คงท่าทีระมัดระวัง และรอติดตามข้อมูลเงินเฟ้อรอบถัดไปก่อนพิจารณาทิศทางดอกเบี้ย

ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม

  • แนวโน้มราคาน้ำมันและพลังงานโลก หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • การส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยัง หมวดขนส่ง อาหาร และบริการ
  • ตัวเลข Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อหลักของ Fed
  • ข้อมูล ตลาดแรงงานสหรัฐฯ และท่าทีของ Fed ในการประชุมครั้งถัดไป

คำแนะนำการลงทุน

ในช่วงที่ตลาดการเงินยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้


  • กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ (เช่น K WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH)
    • กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้”
    • กรณียังไม่มีสถานากรลงทุน แนะนำ “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
  • โดยนักลงทุนสามารถลงทุนกองทุน OA (Open Architecture) อย่าง KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, และ ES-GTECH ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น K PLUS
  • กองตราสารหนี้: แนะนำถือได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน
    • กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองไปยัง K-SF, K-SFPLUS
    • หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองตราสารหนี้โลก เช่น กอง K-GDBOND
  • ตลาดยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนอ่อนไหวสูง (เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG)
    • กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้”
    • ยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SF, K-SFPLUS ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED, K-GDBOND ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH, K-CHANGE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยง 100% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GHEALTH, K-GINFRA, K-CHANGE: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH, K-GDBOND: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SF, K-SFPLUS: T+1
    • K-GDBOND: T+2
    • K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH, K-CHANGE: T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top