FTSE Russell ประกาศยกระดับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามถูกยกระดับเป็น Emerging Market อย่างเป็นทางการ (เริ่ม ก.ย. 2026) คาดดึงเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าสูงถึง 1,500-3,000 ล้านดอลลาร์
ดัชนีตอบรับบวกแรงเกือบ 5% เนื่องจากตลาดเชื่อว่าการปรับสถานะครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดทั้งกองทุน Passive และ Active ให้เข้ามาเพิ่มน้ำหนักการลงทุน
K WEALTH ยังมีมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นเวียดนาม เพราะความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางยังไม่จบ แนะนำกระจายไปกองทุนหลุมหลบภัยอย่าง K-GINFRA หรือ K-GDBOND แทน
Market Update
หลังมีข่าวการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับข่าวดีเพิ่มเติมหลัง FTSE Russell ประกาศยกระดับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามขึ้นเป็น Emerging Marketอย่างเป็นทางการ โดยมีผลวันที่ 21 ก.ย. 2026 และสิ้นสุดกระบวนการในเดือน ก.ย. 2027
สำหรับตลาดที่ถูกยกระดับใหม่ ประมาณการว่าจะมีสัดส่วนในดัชนีที่ราว 0.35% คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Fund Flow) ไหลเข้ารวมประมาณ 1,500-3,000 ล้านดอลลาร์
FTSE ให้เหตุผลที่ยกระดับตลาดหุ้นเวียดนาม เนื่องจากกระทรวงการคลังเวียดนามได้พัฒนากรอบกฎหมายเพื่อรองรับการเข้าถึงของนักลงทุนต่างชาติสู่ตลาดหุ้นเวียดนามผ่านบริษัทหลักทรัพย์ระดับโลก พร้อมกันนี้ยังมีการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกลไก non-prefunding (NPF)
ดัชนีที่เกี่ยวข้อง
VNI: +4.71% (ข้อมูลวันที่ 8 เม.ย. 2569)
Market Outlook
- K WEALTH มองว่าการยกระดับครั้งนี้เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นเวียดนามโดยจะมีเม็ดเงินจากทั้งกองทุน Passive และตามด้วยกองทุน Active และอาจยกระดับ Valuation ของตลาดหุ้นเวียดนามให้มี P/E เทียบเท่าตลาดหุ้น Emerging Market อื่นๆ
- อย่างไรก็ตาม
- K WEALTH มองว่าการยกระดับครั้งนี้เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นเวียดนามโดยจะมีเม็ดเงินจากทั้งกองทุน Passive และตามด้วยกองทุน Active และอาจยกระดับ Valuation ของตลาดหุ้นเวียดนามให้มี P/E เทียบเท่าตลาดหุ้น Emerging Market อื่นๆ
- อย่างไรก็ตาม K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนาม โดยยังติดตามผลกระทบจากความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมาต่อสภาพเศรษฐกิจเวียดนาม รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดที่ยังเป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราว
โดยยังติดตามผลกระทบจากความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมาต่อสภาพเศรษฐกิจเวียดนาม รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดที่ยังเป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราว
คำแนะนำกองทุน
- สำหรับนักลงทุนทั่วไป และผู้ที่ไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนาม
สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนาม แนะนำลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น
- สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นเวียดนาม
หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตกระจุกตัวเกินไป และนำเงินที่ขายเพื่อลดสัดส่วนไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น
หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อ หรือนำเงินลงทุนที่ตั้งใจมาซื้อหุ้นเวียดนามเพิ่ม ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจกว่า
- สำหรับกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจที่ K WEALTH แนะนำเข้าลงทุนได้ มีดังนี้
- กองทุนหุ้น: K WEALTH แนะนำลงทุนกองทุนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางต่ำถึงปานกลาง เช่น K-ATECH, K-GINFRA, K-GHEALTH
- กองตราสารหนี้: แนะนำถือต่อได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน
- กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองไปยัง K-SF, K-SFPLUS
- หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองตราสารหนี้โลก เช่น กอง K-GDBOND
หมายเหตุ:- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SF, K-SFPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-ATECH, SCBRS2000: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- KT-HEALTHCARE, ES-GTECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- ES-EG, SCBRS2000: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, ES-GTECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-SF, K-SFPLUS: T+1
- K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH:T+4
- K-VIETNAM; T+5:
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6