ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ญี่ปุ่นฟื้นตัวแรง ตอบรับสัญญาณสงครามใกล้จบ

กดฟัง
หยุด
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่นฟื้นตัวแรง ได้รับแรงหนุนหลักมาจากความคาดหวังว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด นอกจากนี้ ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคมที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินคาด ยังช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุน
  • K WEALTH มีมุมมอง Neutral ทั้งต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นญี่ปุ่น สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่น สามารถถือต่อได้

Market Update

วันที่ 31 มี.ค. 2569 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกแรง โดยได้รับแรงหนุนหลักมาจากความคาดหวังที่ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด หลังมีรายงานว่าอิหร่านแสดงเจตจำนงที่จะยุติความขัดแย้งหากได้รับหลักประกันความปลอดภัย ประกอบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประเมินว่า สหรัฐฯ อาจถอนกำลังภายใน 2-3 สัปดาห์ รวมถึงข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคมที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินคาด ยังช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุน


ปัจจัยเชิงบวกดังกล่าวได้ส่งผ่านบรรยากาศการลงทุนมายังตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ โดยดัชนี Nikkei 225 พุ่งขึ้นถึง 4% และดัชนี TOPIX บวกสูงสุด 3.8% ฟื้นตัวจากการทำสถิติร่วงลงรายเดือนหนักสุดในรอบ 18 ปี โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มนำตลาด


Related Indices & Funds
  • S&P 500 +2.91% (31 มี.ค. 2569)
  • Nasdaq Composite +3.8% (31 มี.ค. 2569)
  • Nikkei 225 +4.09% (1 เม.ย. 2569)
  • TOPIX +3.96% (1 เม.ย. 2569)

Market Outlook

K WEALTH ยังคงมุมมองกรณีฐาน (Base Case) ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกรบกวนในระยะสั้นหรือต่ำกว่า 3 เดือน โดยคาดว่าจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการบางส่วนเพื่อให้เรือขนส่งน้ำมันสามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะกลุ่มชาติที่เป็นกลาง ดังเช่นเรือขนส่งน้ำมันบางจากของไทย กลยุทธ์ในช่วงนี้จึงประเมินว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 80-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และแม้จะพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่จะเป็นเพียงความเคลื่อนไหวชั่วคราว


K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น แม้ก่อนหน้านี้จะมีปัจจัยหนุนจากการดำเนินนโยบายการคลังและการปฏิรูปโครงสร้างบริษัทเอกชน แต่ประเมินว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้ตอบรับข่าวปัจจัยบวกดังกล่าวไปมากแล้ว ขณะที่ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจและเพิ่มความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อ และอาจส่งผลกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักที่กดดันมูลค่าของตลาดหุ้นได้


K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยให้ลดกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Magnificent 7) โดยเน้นไปยังหุ้นกลุ่มที่มีความน่าสนใจกว่าอย่างเช่นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากคาดว่าในหุ้นกลุ่มดังกล่าวจะมี EPS เติบโตน่าสนใจกว่ากลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่



คำแนะนำกองทุน

ในช่วงที่ตลาดการเงินยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้

  • กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ เช่น K-WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
  • สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ถือได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองทุนไปยัง K-SF, K-SFPLUS หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น กองทุน K-GDBOND
  • ตลาดยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนอ่อนไหวสูง เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SF, K-SFPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-WPULTIMATE, K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-ATECH, SCBRS2000: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
    • KT-HEALTHCARE, ES-GTECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
    • ES-EG, SCBRS2000: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, ES-GTECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SF, K-SFPLUS: T+1
    • K-GDBOND, SCBRS2000: T+2
    • K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, ES-GTECH: T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top