-
หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรง จากแรงกดดันราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแรงและความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงความกังวลการเปิดตัว TurboQuant จาก Google ซึ่งอาจกระทบการใช้ชิป Memory
-
K WEALTH มีมุมมอง Slightly Positive ต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยมองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนความเสี่ยงเชิงระบบไปมากแล้ว และหุ้นกลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้ง นักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้นเทคโนโลยี สามารถถือต่อได้
Market Update
เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรง ด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแรงและความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อ ตลาดจึงกังวลว่า Fed อาจชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งยังกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนต่างลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
ขณะเดียวกันนักลงทุนยังกังวลกับการเปิดตัว TurboQuant จาก Google ซึ่งอาจกระทบการใช้ชิป Memory จึงทำให้เกิดการเทขายหุ้นกลุ่มชิป Memory ออกมาในเวลาเดียวกันด้วย ประกอบกับมีข่าวปัจจัยกดดันเฉพาะตัวกับคำตัดสินคดี Meta และ Google
Related Indices & Funds
- K-GTECH [-4.00%]
- ES-GTECH [-4.75%]
(ข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค. 2569)
Market Outlook
K WEALTH มีมุมมอง Slightly Positive ต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยมองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนความเสี่ยงเชิงระบบไปมากแล้ว อีกทั้งหุ้นกลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้ง
นอกจากนี้ การเปิดตัว TurboQuant อาจเร่งให้เกิดการใช้งานชิปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลับไปหนุนให้เม็ดเงินลงทุน Capex คุ้มค่ายิ่งขึ้น และด้วยการแข่งขันพัฒนา AI ที่รุนแรง อาจมีการเพิ่มการลงทุน ในะระยะสั้นบรรยากาศ Risk-off ทำให้ตลาดยังผันผวนหนัก แต่เป็นช่วงที่เหมาะกับการทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นบริษัทคุณภาพดี สภาพทางการเงินแกร่ง
คำแนะนำกองทุน
ในช่วงที่ตลาดการเงินยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้
- กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ เช่น K-WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
- สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ถือได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองทุนไปยัง K-SF, K-SFPLUS หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองตราสารหนี้โลก เช่น กองทุน K-GDBOND
- ตลาดยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนอ่อนไหวสูง เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SF, K-SFPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-ATECH, SCBRS2000: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GTECH, KT-HEALTHCARE, ES-GTECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- ES-EG, SCBRS2000: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-SF, K-SFPLUS: T+1
- K-GDBOND, SCBRS2000: T+2
- K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6