สงครามยืดเยื้อ ทำตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วงแรงและเงินเยนอ่อนค่า

กดฟัง
หยุด
  • สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ทำให้ดัชนี TOPIX ปรับตัวลงมากกว่า 4% ราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นไปยืนที่ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเยนอ่อนค่าไปแตะ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเริ่มแทรกแซงค่าเงิน
  • K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น นักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้นญี่ปุ่น สามารถถือต่อได้

Market Update

วันที่ 30 มี.ค. 2569 ดัชนี TOPIX ปรับตัวลงมากกว่า 4% และฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย หลังสงครามในตะวันออกกลางดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ส่งให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นไปยืนที่ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเยนอ่อนค่าไปแตะ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเริ่มแทรกแซงค่าเงิน


Related Indices & Funds
  • TOPIX [-3.80%]

(ข้อมูล ณ วันที่ 30 มี.ค. 2569)


Market Outlook

K WEALTH ยังมีมุมมอง Base Case ที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกรบกวนในระยะสั้น (ต่ำกว่า 3 เดือน) เริ่มกลับมาเปิดบางส่วนให้เรือขนส่งน้ำมันผ่านได้ โดยเฉพาะชาติที่เป็นกลาง ดังเช่นเรือขนส่งน้ำมันบางจากของไทย ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ $80-$100 ต่อบาร์เรล และขึ้นสูงกว่า $100 ต่อบาร์เรลได้บ้าง แต่เป็นเพียงความเคลื่อนไหวชั่วคราว


นอกจากนี้ ยังมีมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น แม้ก่อนหน้านี้จะมีปัจจัยหนุนจากนโยบายการคลังและการปฏิรูปบริษัทเอกชน แต่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นรับข่าวปัจจัยบวกดังกล่าวไปแล้ว ส่วนระยะส้้นมีแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจรวมถึงอัตราเงินเฟ้อ และอาจส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย


คำแนะนำกองทุน

  • นักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้นญี่ปุ่น สามารถถือต่อได้ หากยังไม่มีสัดส่วน แนะนำลงทุนในกองทุนอื่น ดังนี้
    • กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ เช่น K WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
    • สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ถือได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองทุนไปยัง K-SF, K-SFPLUS หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองตราสารหนี้โลก เช่น กองทุน K-GDBOND
  • ตลาดยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนอ่อนไหวสูง เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SF, K-SFPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-WPULTIMATE, K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-ATECH, SCBRS2000: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
    • KT-HEALTHCARE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
    • ES-EG, SCBRS2000: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, KT-HEALTHCARE, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SF, K-SFPLUS: T+1
    • K-GDBOND, SCBRS2000: T+2
    • K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, K-ATECH: T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top