สรุปเหตุการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ผลกระทบและคำแนะนำการลงทุน

กดฟัง
หยุด
  • สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทหาร นิวเคลียร์ และศูนย์บัญชาการในอิหร่าน โดยอิหร่านตอบโต้กลับ ความขัดแย้งลุกลาม ส่งผลกระทบทั้งราคาน้ำมัน เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และตลาดเข้าสู่ภาวะ risk-off
  • K WEALTH ให้น้ำหนักในกรณี Base Case แต่การลงทุนในระยะนี้ยังมีความผันผวนสูง นักลงทุนต้องสามารถรับความเสี่ยงได้

สรุปเหตุการณ์

  • วันที่ 28 ก.พ. 2026: สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทหาร นิวเคลียร์ และศูนย์บัญชาการในอิหร่าน
  • อิหร่านโต้กลับด้วยขีปนาวุธ โดรน ใส่อิสราเอลและทรัพย์สินสหรัฐฯ ในภูมิภาค
  • มี.ค. 2026: ความขัดแย้งลุกลาม กระทบฐานทัพ และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
  • ตลาดเข้าสู่ภาวะ risk-off โดยราคาน้ำมัน ทองคำ ปรับตัวขึ้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ตลาดหุ้นผันผวนสูง

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา

  • สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานโลก
  • ผลต่อราคาน้ำมันโลก
  • ผลต่อเศรษฐกิจโลก: โตชะลอ เงินเฟ้อสูง ทิศทางดอกเบี้ยอาจเข้มงวดมากขึ้น

Scenario ราคาน้ำมัน

  • Base case: ส่งผลกระทบกับการผลิตและขนส่ง “จำกัด” → น้ำมันอาจขึ้นราว $80–100/bbl ชั่วคราว (<3 เดือน)
  • Worst case: สงครามยืดเยื้อ และยกระดับไปสู่ Regional War เต็มรูปแบบ หรือเกิดหนึ่งในสามอย่างนี้
  • 1) Gulf countries เข้าตอบโต้ทางทหารโดยตรง 2) สหรัฐฯ ใช้กำลังจากฐานในตะวันออกกลางอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง 3) การโจมตีโครงสร้างพลังงานและการขนส่งผ่าน Hormuz รุนแรงและยืดเยื้อ → น้ำมันพุ่ง >~$100/bbl (≥3 เดือน)


ผลต่อเศรษฐกิจ/เงินเฟ้อ/ดอกเบี้ย

  • Base case: เงินเฟ้อ “ชั่วคราว” (น้ำมัน $80-90 อาจดันเงินเฟ้อโลกราว +0.3–0.4%) → Fed/ECB อาจ “ชะลอการลดดอกเบี้ย”
  • Worst case: เสี่ยง “Stagflation” → ราคาน้ำมันขึ้นทุกๆ $10 อาจกด growth โลกราว 0.1–0.2% และ ถ้าน้ำมันใกล้ $100 เงินเฟ้ออาจเพิ่มรวม +0.5% (กรณีรุนแรงมากอาจกระทบเงินเฟ้อถึง +0.8–1.5%)

ประเทศที่กระทบมาก-น้อย ตามการพึ่งพานำเข้าน้ำมัน

  • กระทบมาก: ไต้หวัน ~97–98%, ญี่ปุ่น ~90–95%, เกาหลีใต้ ~90%, อินเดีย ~85%, ไทย ~80–85%
  • กระทบน้อยกว่า: จีน ~70–73%, เวียดนาม ~30–40%, สหรัฐฯ ~20–25%

Sector impact (กรณีน้ำมันสูง ดอกเบี้ยตึงตัว)

  • กลุ่มเสี่ยงสูง: Consumer Cyclical, Industrials, Basic Materials, Real Estate
  • กลุ่มเสี่ยงปานกลาง–น้อย: Tech, Healthcare, Utilities

มุมมอง/คำแนะนำกองทุน

  • ตลาดยังคงอยู่ในโหมดระมัดระวังจากนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจลากยาว
  • K WEALTH ยังคงให้น้ำหนักในกรณี Base Case แต่การลงทุนในระยะนี้ยังมีความผันผวนสูง "นักลงทุนต้องสามารถรับความเสี่ยงได้"
  • กองทุนอ่อนไหวสูง เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่ แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น
  • กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ เช่น K- WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH, SCBRS2000, K-ATECH: กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่ แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน

สำหรับตราสารหนี้ไทย

  • ในระยะสั้นผันผวนสูง แต่ท่าทีการเงินไทยยังมีแนวโน้มผ่อนคลาย
  • โอกาสได้รับ capital gain ระยะกลาง-ยาวลดลง จากดอกเบี้ยต่ำและพื้นที่ลดดอกเบี้ยจำกัด
  • แนะนำ: ถือได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองทุนไปยัง K-SF, K-SFPLUS หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น กองทุน K-GDBOND

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SF, K-SFPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-WPULTIMATE, K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH, K-ATECH, SCBRS2000: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
    • ES-EG, SCBRS2000: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SF, K-SFPLUS: T+1
    • K-GDBOND, SCBRS2000: T+2
    • K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH, K-ATECH: T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6



คำเตือน

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top