อัปเดตการลงทุนหุ้นเวียดนาม มิ.ย. 69

กดฟัง
หยุด

K WEALTH มองว่า หุ้นเวียดนามยังมีพื้นฐานการเติบโตที่ดี

แต่ต้องระมัดระวังแรงกดดันจากเงินเฟ้อและ Bond Yield ที่ขยับขึ้น


มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ K WEALTH:ยังคงมุมมองเป็นกลาง ต่อการลงทุนหุ้นเวียดนาม ในเดือน มิ.ย. 69



เหตุผลที่ K WEALTH คงมุมมองเป็นกลาง

  • ดัชนีราคาผู้บริโภคพุ่งสูง แต่ส่งออกและค้าปลีกยังโต: CPI เดือน เม.ย. พุ่งสูงสุดตั้งแต่ ม.ค. 2020 จากราคาพลังงานและค่าสาธารณูปโภค ขณะที่ส่งออกยังโตเช่นเดียวกับค้าปลีก สะท้อนการบริโภคในประเทศที่แข็งแรง รัฐบาลตั้งเป้า GDP ปี 2026–2030 ที่ระดับเลขสองหลักผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ชิป และ 5G โดยคุมหนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของ GDP
  • เศรษฐกิจเวียดนามยังเผชิญความเสี่ยง: ความเสี่ยงหลักคือ เวียดนามพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงและเศรษฐกิจอิงสินเชื่อ จึงเปราะบางหากดอกเบี้ย/บอนด์ยีลด์ปรับขึ้น แต่ภาพรวมยังถือว่าเติบโตดีเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค
  • ราคาหุ้นเริ่มตึงตัวและมีความผันผวนสูงขึ้น: มูลค่าหุ้น (Valuation) อยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย 10 ปี และตลาดรับรู้การเติบโตของกำไรไปแล้วบางส่วน (คาด EPS ปี 2026 โต 20.5%) แต่ Upside ระยะสั้นจำกัด และมีความผันผวนสูงขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อและ Bond Yield ที่ขยับขึ้น

(ข้อมูล ณ 1 มิ.ย. 69)


คำแนะนำ

  • สำหรับคนที่มีกำไรจากกองทุนหุ้นเวียดนาม หรือถือกองทุนหุ้นเวียดนามไว้เกิน 20% ของเงินลงทุน แนะนำพิจารณาขายบางส่วนไปลงทุนกองทุนหุ้นอื่น เช่น K-GNEXT, K-GINFRA หรือกองทุนผสม K-WPULTIMATE, K-WPSPEEDUP ที่มีการกระจายลงทุน เหมาะกับการถือระยะยาว
  • สำหรับคนที่ขาดทุนจากกองทุนหุ้นเวียดนาม ยังสามารถถือต่อได้ หรือคงน้ำหนักการลงทุนหากยังถือกองทุนหุ้นเวียดนามไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน
  • สำหรับคนที่ยังไม่มีกองทุนหุ้นเวียดนาม ควรรอประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุน

Disclaimer: “ข้อมูลนี้เป็นความเห็นเบื้องต้นจาก K WEALTH บมจ. ธนาคารกสิกรไทย โดยมีนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนเป็นสมาชิก ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจลงทุนและรับผิดชอบด้วยตนเอง”


คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน / สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา


คำเตือน


ผู้เขียน

K WEALTH

Back to top