ไม่รอด! SET หลุด 1,400 รับความกังวลต้นทุนพลังงานพุ่ง

กดฟัง
หยุด
  • SET ร่วงแรงจากปัจจัยภายนอก โดยดัชนีปรับฐานแรง ตามแรงขาย Risk-off ทั่วโลก หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง ดันความกังวลราคาน้ำมัน Brent พุ่งแตะ 80-100 ดอลลาร์
  • ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังไม่เปลี่ยน โดยเสถียรภาพทางการเมืองและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังเป็นแรงหนุนสำคัญ ขณะที่กองทุนน้ำมันฯ มีสถานะเป็นบวก ช่วยบรรเทาผลกระทบเงินเฟ้อจากราคาพลังงานได้
  • ระยะสั้นแนะนำชะลอการลงทุนเพื่อดูสถานการณ์ แต่หากดัชนีทรงตัวได้ มองเป็นโอกาสดีในการสะสมกองทุนลดหย่อนภาษี สำหรับการลงทุนระยะยาว

Market Update

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ ทำให้ ตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงลบ (Risk-off) โดยเปิดตลาดเช้าปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง -90.92 จุด หรือ -6.20% มาอยู่ที่ระดับ 1,375.59 จุด


โดยนักลงทุนกัลวลว่าราคาน้ำมันดิบ Brent อาจปรับตัวขึ้นทะลุ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และคาดการณ์ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 70-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเศรษฐกิจไทย


Related Indices & Funds
  • SET Index -8.01% (4 มี.ค. 26)

Market Outlook

K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงความขัดแย้งนี้ เนื่องจากดัชนีจะเผชิญความผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอก ซึ่งปัจจัยภายในที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้ายังไม่เปลี่ยนแปลง เช่นเสถียรภาพทางการเมือง มาตรการกระตุ้นต่างที่จะเตรียมออกมา รวมถึงผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในประเทศอาจถูกบรรเทาลงได้บางส่วนจากกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีสถานะในส่วนของน้ำมันเป็นบวกและสามารถช่วยชดเชยส่วนต่างเพื่อพยุงราคาค้าปลีกในประเทศได้ระดับหนึ่ง


คำแนะนำการลงทุน

ในระยะสั้นแนะนำให้ Wait and See ดูสถานการณ์ก่อนล่าสุดมีการทำ Circuit Breaker (ตลาดหุ้นหยุดซื้อขายชั่วคราวกรณีที่สภาวะการซื้อขายมีความผันผวนรุนแรง) หลังดัชนีร่วงแรงแตะระดับ -8% และมองว่าการที่ราคาปรับลงมาหรืออยู่ในระดับนี้จะเป็นจังหวะที่ดีในการสะสมกองทุนหุ้นไทยในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเป็นการลงทุนระยะกลางถึงยาว

  • สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นไทย
    • หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% และถือต่อได้ หรือนำเงินลงทุนใหม่ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจ
    • หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อได้ หรือนำเงินลงทุนใหม่ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจ
  • สำหรับนักลงทุนทั่วไป และผู้ที่ไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นไทย
    • สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นไทย แนะนำลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจ
  • สำหรับเงินที่ได้จากการขายคืนและเงินที่ต้องการลงทุนเพิ่ม แนะนำลงทุนกองทุนที่น่าสนใจ ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ ดังนี้

  • ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยเข้าลงทุนในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาวและเหมาะกับสถานการณ์ขณะนี้ คือกลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA


    ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่

    • K-WealthPLUS Series ซึ่งเป็นกองทุนผสมอย่าง K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP

  • สำหรับทางเลือกการลงทุนหุ้นไทยเพื่อลดหย่อนภาษี เช่น K-TNZ-ThaiESG, K-S50RMF

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-GHEALTH, K-GINFRA-A(D), K-TNZ-ThaiESG, K-S50RMF: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-GHEALTH, K-GINFRA-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-TNZ-ThaiESG: T+2
    • K-S50RMF: T+3
    • K-GHEALTH, K-GINFRA-A(D): T+4
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6


คำเตือน

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH
Back to top