VN Index ผันผวนตามตลาดโลก แนะ Wait and See

กดฟัง
หยุด
  • ตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวลงตามความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก โดยผลกระทบต่อพื้นฐานเศรษฐกิจยังจำกัด
  • K WEALTH คงมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นเวียดนาม แนะนำ Wait & See หลัง Valuation ตลาดอยู่ในระดับสูง รอจังหวะปรับฐานก่อนลงทุนเพิ่ม

Market Update

  • ในวันนี้ (2 มี.ค. 2569) ดัชนี VN Index เปิดตลาดปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 1,801.54 จุด หรือ -4.19% จากวันก่อนหน้า ก่อนที่ VN Index จะค่อยๆ ฟื้นตัว
  • สาเหตุที่ตลาดหุ้นเวียดนามมีการปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลในเรื่องของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และมีการปะทะกันระหว่างฝ่ายสหรัฐฯและอิสราเอลกับฝ่ายอิหร่านในวันเสาร์ที่ผ่านมา ตลอดจนสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยยังต้องติดตามสถานการณ์ว่าจะมีความยืดเยื้อหรือไม่
  • เนื่องจากเป็นการปรับตัวลงทั้งตลาดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก กองทุน K-VIETNAM ปรับตัวลงทิศทางเดียวกันกับตลาด
  • ทางทีมฯ ประเมินผลกระทบต่อการลงทุนในปัจจุบันยังมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนในระยะถัดไป
ดัชนีที่เกี่ยวข้อง
  • VNI: 1,877 (-0.17%)
  • VN30: 2,047 (-0.71%)

(ข้อมูลวันที่ 2 มี.ค. 2569)


Market Outlook

  • K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อหุ้นเวียดนาม โดยระยะสั้นคาดว่าถูกกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่กระทบต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ส่วนการลงทุนในระยะกลางถึงยาวเริ่มมี Upside จำกัดเนื่องจาก Valuation พุ่งสูงเกินค่าเฉลี่ย 10 ปีและสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2021 ซึ่งสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว จึงแนะนำให้ Wait and See เพื่อรอดูจังหวะปรับฐานของตลาดหุ้นก่อน

คำแนะนำการลงทุน

  • สำหรับนักลงทุนทั่วไป และผู้ที่ไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนาม
    • สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนาม แนะนำลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น

  • สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นเวียดนาม
    • หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตกระจุกตัวเกินไป และนำเงินที่ขายเพื่อลดสัดส่วนไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น
    • หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อ หรือนำเงินลงทุนที่ตั้งใจมาซื้อหุ้นเวียดนามเพิ่ม ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจกว่า

  • สำหรับกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจที่ K WEALTH แนะนำเข้าลงทุนได้ มีดังนี้
  • ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยลงทุนในกองทุนต่อไปนี้ได้

    • ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างอินเดียและจีน ผ่านกองทุน K-INDIA และ K-CHINA
    • กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare อย่าง K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
    • กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่าฝั่งสหรัฐฯ

    ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่

    • K-WealthPLUS Series ซึ่งเป็นกองทุนผสมอย่าง K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP

    ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำลงทุนในกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS-A



หมายเหตุ:

  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SFPLUS ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-VIETNAM, K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยง 100% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-VIETNAM, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
  • K-SFPLUS: T+1
  • K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH: T+4
  • K-VIETNAM; T+5
  • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6

คำเตือน

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top