-
ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติคัดค้านมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2025 ด้วยเหตุผลอำนาจในการเก็บภาษีเป็นของรัฐสภา ซึ่งสหรัฐฯ อาจต้องคืนภาษีกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
-
GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4/2025 ขยายตัว 1.4% ต่อปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% จากผลกระทบของการปิดทำการของรัฐบาล การบริโภคภาคเอกชนชะลอลง และการขาดดุลการค้าขยายตัวมากขึ้น
-
แม้ศาลฎีกามีมติคัดค้าน ทรัมป์ยังสามารถใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีทั่วโลก ซึ่งจะเพิ่มความผันผวนในตลาดได้ สำหรับผู้ที่ถือกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ยังคงถือต่อได้ แต่ยังไม่แนะนำให้ลงทุนเพิ่มตอนนี้
Market Update
วันที่ 20 ก.พ. 2569 ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง คัดค้านมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2025 โดยให้เหตุผลว่าอำนาจในการเก็บภาษีเป็นของรัฐสภา ส่งผลให้บริษัททั่วโลกเรียกร้องขอคืนภาษีที่ได้ชำระไปแล้ว ประเมินกันว่าสหรัฐฯ อาจต้องคืนภาษีกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังคงสามารถใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการฉุกเฉินที่ถูกศาลสูงสุดยกเลิก
ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในช่วงแรกหลังเปิดเผย GDP ไตรมาส 4 ที่ต่ำกว่าคาด แต่ดีดกลับเป็นบวกได้หลังผลการตัดสินของศาลฎีกา
หุ้นบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Alphabet พุ่งขึ้น 3.7% หุ้น Amazon พุ่งขึ้น 2.6% และหุ้น Apple เพิ่มขึ้น 1.5%
ทั้งนี้ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4/2025 ขยายตัวเพียง 1.4% ต่อปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% และชะลอลงอย่างมากจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัวถึง 4.4%
การชะลอตัวครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากผลกระทบของการปิดทำการของรัฐบาล (Government Shutdown) ซึ่งทำให้การใช้จ่ายภาครัฐและกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนลดลง นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนเริ่มชะลอลง และการขาดดุลการค้าขยายตัวมากขึ้น ส่งผลกดดันการเติบโตของ GDP โดยรวม
แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การลงทุน โดยเฉพาะในเทคโนโลยีและปัจจัยด้านโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่อย่าง AI น่าจะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป
ปัจจัยที่ต้องจับตา
- มีความเสี่ยงที่ทรัมป์อาจจะหาแนวทางอื่นเพื่อรื้อฟื้นการเก็บภาษี ซึ่งจะเพิ่มความผันผวนในตลาดได้ในอนาคต
- ผลกระทบจาก Government Shutdown ที่อาจยังส่งผลต่อโมเมนตัมเศรษฐกิจในระยะสั้น แม้ว่าบางส่วนของกิจกรรมเศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัวได้ในภายหลัง
- ทิศทางการบริโภค การลงทุน และนโยบายการเงินของ Fed จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดการเงินในปีนี้
คำแนะนำการลงทุน
- เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะในเอเชีย ผ่านกองทุน K-ATECH เนื่องจากแม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัว แต่การลงทุนในเทคโนโลยีและ AI ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตระยะยาว ประกอบกับด้วยระดับ Valuation ที่น่าสนใจ
- กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ผ่านกองทุน K-GINFRA เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเป็นสินทรัพย์ที่มีรายได้ค่อนข้างมั่นคง และมีความผันผวนต่ำกว่าหุ้นทั่วไป จึงช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว และยังได้รับประโยชน์จากการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัล
- เพิ่มการกระจายการลงทุนผ่านกองทุนผสม เช่น K-WealthPLUS Series เพื่อบริหารความผันผวนของพอร์ตเนื่องจากกองทุนมีการกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้นและพันธบัตร ซึ่งช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และเหมาะกับภาวะที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน
- ทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก อย่าง K-GDBOND เพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ยังคงเป็นขาลง และช่วยลดความผันผวนของพอร์ต โดย หาก Fed ลดดอกเบี้ยมากกว่าคาดอาจช่วยส่งผลบวกต่อกองทุนดังกล่าวได้
- สำหรับกองทุนหุ้นสหรัฐฯ เช่น K-USA, K-US500X, K-USXNDQ ฯลฯ K WEALTH มีมุมมองเป็นกลาง (Neutral)
- ผู้ที่ถือกองทุนหุ้นสหรัฐฯ อยู่และยังไม่เกิน 30% ของเงินลงทุน สามารถถือต่อได้ แต่หากถือเกิน 30% ของเงินลงทุน แนะนำให้หาจังหวะทยอยลดสัดส่วนลง
- ผู้ที่ต้องการลงทุนเพิ่มในกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ยังไม่แนะนำให้ลงทุนเพิ่มตอนนี้
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-GINFRA, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่ากว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-GDBOND: T+2
- K-GINFRA, K-ATECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6