สงคราม AI ที่กำลังเขย่าโลกลงทุน

หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ แรงไปแล้ว หันมามองเอเชียที่กำลังมาแรงและมีศักยภาพเป็นตัวจริงด้าน AI ในระยะยาว

กดฟัง
หยุด
  • AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ การแข่งขัน AI ระหว่างตะวันตก–เอเชียกำลังกำหนดทิศทางการเติบโตของโลกในระยะยาว
  • หุ้นเทคโนโลยีเอเชียคือเบื้องหลัง AI โลก ครองห่วงโซ่อุปทานสำคัญ ตั้งแต่ชิป เครื่องจักร ถึงโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และยังมี Valuation น่าสนใจกว่าสหรัฐฯ
  • K-ATECH เปิดโอกาสลงทุน AI อย่างสมดุล กระจายจากตลาดที่ราคาตึงตัว ไปยังผู้นำ AI ในเอเชีย เพื่อการเติบโตระยะกลาง–ยาวอย่างมีวินัย

การแข่งขัน AI ระหว่างโลกตะวันตก–ตะวันออก

เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกเปลี่ยน โอกาสลงทุนก็เปลี่ยนตาม

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “AI กำลังเปลี่ยนโลก” แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นสำหรับนักลงทุนคือ ในโลกที่ทุกประเทศแย่งกันพัฒนา AI จริงจังแบบนี้ เงินลงทุนควรไปอยู่ตรงไหน เพราะวันนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีใหม่อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขัน การเติบโตระยะยาว และความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก


ตะวันตก: ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ แต่ราคาสะท้อนความหวังไปมากแล้ว

ในฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ การลงทุนด้าน AI กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มซอฟต์แวร์ คลาวด์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยเฉพาะในตลาด Nasdaq ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ได้สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกของ AI ไปมากแล้ว ทำให้ระดับมูลค่าประเมิน (Valuation) ของหุ้นหลายตัวอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต พูดง่าย ๆ คือตลาด priced in อนาคตของ AI ไปแล้ว ซึ่งแม้จะไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ทำให้โอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมในระยะถัดไปเริ่มจำกัดมากขึ้น


เอเชีย: เบื้องหลัง AI ที่โลกหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในทางตรงกันข้าม ฝั่งเอเชียกลับมีบทบาทเชิงโครงสร้าง ในห่วงโซ่อุปทานของ AI ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ หน่วยความจำ อุปกรณ์การผลิต ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์


หากเปรียบ AI เป็น “โรงงานแห่งอนาคต” สหรัฐฯ อาจเป็นผู้ออกแบบระบบ แต่เอเชียคือผู้สร้าง เครื่องจักรที่ทุกโรงงานต้องใช้ บริษัทชั้นนำในไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ครองเทคโนโลยีสำคัญที่มีอำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) และเป็น “คอขวด” ที่อุตสาหกรรม AI ทั่วโลกไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ตัวอย่างเช่น ชิปขั้นสูงสำหรับ AI หน่วยความจำที่ใช้ในงานประมวลผลขนาดใหญ่ เครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ หลายธุรกิจมีคำสั่งซื้อถูกจองล่วงหน้าไปแล้วหลายปี สะท้อนว่าอุปสงค์ของ AI ไม่ใช่กระแสสั้น ๆ แต่เป็นความต้องการระยะยาวของโลกเทคโนโลยี


แล้วจีนล่ะ? โตได้ไหมภายใต้ข้อจำกัด

แม้จีนจะเผชิญข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่การหยุดชะงัก หากเป็นการเร่งพัฒนา Ecosystem ด้าน AI ภายในประเทศอย่างจริงจัง ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบระบายความร้อน พลังงาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ส่งผลให้บางบริษัทจีนยังสามารถเติบโตได้ จากการลงทุน AI ภายในประเทศ แม้จะไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงจากตะวันตกได้เต็มที่ก็ตาม


มุมมองนักลงทุน: ช่องว่างราคาที่ยังเปิดอยู่

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ ช่องว่างด้านมูลค่า (Valuation gap) ระหว่างหุ้นเทคโนโลยีเอเชียและหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในปัจจุบัน หุ้นเทคโนโลยีเอเชียมีระดับราคาถูกกว่า Nasdaq ค่อนข้างมาก แต่คุณภาพธุรกิจและผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ใกล้เคียงกัน นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า หาก AI ยังเป็นธีมที่โลกเดินหน้าต่อไปอีกหลายปี การมองหาผู้นำในห่วงโซ่อุปทานที่ราคายังสมเหตุสมผล อาจให้โอกาสที่ดีกว่าในระยะกลางถึงยาว


K-ATECH: การลงทุน AI ที่ไม่กระจุกตัวฝั่งเดียว

ภายใต้บริบทนี้ กองทุน K-ATECH ถูกออกแบบมาเพื่อจับโอกาสจากธีม AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างรอบด้าน โดยเน้นการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชีย เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในตลาดที่มีมูลค่าสูงเกินไป กองทุนหลักที่ K-ATECH ลงทุน ให้น้ำหนักสูงในประเทศผู้นำห่วงโซ่อุปทาน AI เช่น ไต้หวัน ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ญี่ปุ่น ในกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต เกาหลีใต้ ในกลุ่มหน่วยความจำสำหรับ AI พร้อมใช้การคัดเลือกหุ้นเชิงรุก (Active Selection) ครอบคลุมทั้งหุ้นในและนอกดัชนี เช่น อุปกรณ์ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบระบายความร้อน และแหล่งจ่ายไฟ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI ขณะเดียวกัน กองทุนเลือกให้น้ำหนักต่ำในกลุ่มที่พึ่งพาวัฏจักรเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งเน้นการเติบโตเชิงโครงสร้างในระยะยาว


บทสรุป: AI คือโครงสร้างใหม่ ไม่ใช่แค่กระแส

AI ไม่ใช่ธีมการลงทุนระยะสั้น แต่เป็นหนึ่งในโครงสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า ในวันที่หุ้นเทคโนโลยีตะวันตกจำนวนมาก สะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว การกระจายการลงทุนไปยังหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย ซึ่งเป็นแกนหลักของห่วงโซ่อุปทาน AI และยังมีมูลค่าที่สมเหตุสมผลกว่า จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว



คำเตือน


ผู้เขียน

K WEALTHณัฐภัทร มิตรศิริสวัสดิ์ CFA, FRM, CAIA

Back to top