K WEALTH ยังมองทองคำทรงตัว แม้ไม่ได้น่าสนใจจนควรรีบลงทุนเพิ่ม แต่ก็ยังคงถือต่อได้
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ K WEALTH: ยังคงมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อการลงทุนทองคำ ในเดือน ก.พ. 69
เหตุผลที่ K WEALTH คงมุมมองเป็นกลาง
ปัจจัยที่ควรติดตาม
- ราคาทองคำปรับฐานแรงหลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยสาเหตุหลักมาจากการเทขายทำกำไรอย่างหนักและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังข่าวการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ อย่างไรก็ตาม แรงหนุนในระยะยาวยังคงแข็งแกร่งจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความต้องการถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของธนาคารกลางและนักลงทุนสถาบันผ่านกองทุน ETF แม้ระยะสั้นราคาจะมีความผันผวนและอาจเผชิญแรงขายทำกำไรต่อเนื่องต่อ
(ข้อมูล ณ 1 ก.พ. 69)
คำแนะนำ
- สำหรับคนที่มีกำไรจากกองทุนทองคำ หรือถือกองทุนทองคำไว้เกิน 20% ของเงินลงทุน พิจารณาขายบางส่วนไปลงทุนกองทุนหุ้นอื่น เช่น K-CHANGE, K-GINFRA หรือกองทุนผสม K-WPULTIMATE, K-WPSPEEDUP ที่มีการกระจายลงทุน เหมาะกับการถือระยะยาว
- สำหรับคนที่ขาดทุนจากกองทุนทองคำ ยังสามารถถือต่อได้ หรือคงน้ำหนักการลงทุนหากยังถือกองทุนทองคำไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน
- สำหรับคนที่ยังไม่มีกองทุนทองคำ ควรรอประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุน
การลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้ ปัจจุบันสามารถลงทุนได้บน K PLUS ใน 2 รูปแบบ ได้แก่
- กองทุน K-GOLD-A(D) ซึ่งเป็นกองทุนชนิดจ่ายเงินปันผล หรือ K-GOLD-A(A) ซึ่งเป็นกองทุนชนิดสะสมมูลค่า (ไม่จ่ายเงินปันผล) มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- บริการซื้อ-ขาย-ถอนทองคำ บน K PLUS ด้วยสกุลเงิน USD หรือออมทองด้วยสกุลเงินบาท อ้างอิงราคาตลาดโลกแบบเรียลไทม์ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00 น.– 03.00 น. เพิ่มโอกาสการลงทุน สำหรับผู้ที่นิยมติดตามราคาทองคำ
Disclaimer: “ข้อมูลนี้เป็นความเห็นเบื้องต้นจาก K WEALTH บมจ. ธนาคารกสิกรไทย โดยมีนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนเป็นสมาชิก ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจลงทุนและรับผิดชอบด้วยตนเอง”
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน / สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา