เช้าวันที่อากาศเย็นลง หลายคนมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วคิดว่าเป็นหมอกธรรมชาติ แต่ความจริงแล้วคือฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังคุกคามสุขภาพของเราอย่างเงียบๆ ตัวเลขจากกรมควบคุมมลพิษแสดงให้เห็นว่า ในช่วงฤดูหนาวของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระดับฝุ่น PM 2.5 มักเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่ากังวลคือ อนุภาคฝุ่นเหล่านี้มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน จนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ปอด และกระแสเลือดได้โดยตรง สะสมในระยะยาวจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
ผลกระทบที่ร้ายแรงกว่าที่คิด
ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ระยะสั้น แต่สะสมในระยะยาว โดยเฉพาะต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจ
ระบบทางเดินหายใจ การสูดดมฝุ่นละอองเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด ปอดอักเสบเรื้อรัง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งต้องใช้เวลานานในการรักษาและมีค่าใช้จ่ายสูง
หัวใจและหลอดเลือด การวิจัยพบว่า ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบ และความดันโลหิตสูง เพราะอนุภาคฝุ่นที่เข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด
กลุ่มเสี่ยงสูง เด็กเล็กที่ปอดยังไม่เจริญเต็มที่ ผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันลดลง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และคนที่ทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ ล้วนมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5
สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขแสดงให้เห็นว่า ในช่วงฤดูหนาวที่ระดับฝุ่น PM 2.5 สูง มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นถึง 30-40% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป
ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่คาดไม่ถึง
เมื่อปัญหาสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 เกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงมาก โดยเฉพาะการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันค่ารักษาพยาบาลกรณีนอนห้องเดี่ยวมาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชนเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000-200,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการรักษาและความรุนแรงของอาการ
สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ โรคเรื้อรังที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นในระยะยาว เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหัวใจ ซึ่งต้องใช้เวลานานในการรักษาและมีค่าใช้จ่ายที่สูง ทำให้หลายครอบครัวต้องเผชิญกับภาระทางการเงินที่หนักหน่วง
การมีแผนคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุมจึงไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่เป็นความจำเป็นในยุคที่มลพิษทางอากาศกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
D Health Plus โล่ป้องกันสุขภาพยุคฝุ่นพิษ
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 และโรคภัยต่างๆ ประกันสุขภาพ D Health Plus จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่
จุดเด่นของ D Health Plus
- คุ้มครองค่ารักษาเหมาจ่ายสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง
D Health Plus ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสูงสุดถึง 5 ล้านบาทต่อครั้งที่เข้ารักษา ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี เพียงพอต่อการรักษาทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระยะสั้นหรือระยะยาว
- คุ้มครองค่ารักษากรณีผู้ป่วยใน (IPD) เหมาจ่ายห้องเดี่ยวมาตรฐาน
สิ่งที่พิเศษของ D Health Plus คือ นอนห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล ไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนต่างค่าห้องที่โรงพยาบาลเอกชน สบายใจทุกครั้งที่ต้องพักรักษาตัว รวมถึงค่าห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) ก็เหมาจ่ายตามจริงด้วย
- เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์
D Health Plus เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยในเขตที่มีฝุ่น PM 2.5 สูง เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ หรือผู้ที่มีประวัติโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับคนที่มีสวัสดิการประกันสุขภาพจากที่ทำงานอยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มวงเงินคุ้มครอง เพราะสามารถเลือกแผนที่มีความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) โดยเบิกสวัสดิการหรือประกันที่มีอยู่ก่อน ทำให้เบี้ยประกันถูกลง
เงื่อนไขการรับประกันที่ควรทราบ
- อายุรับประกัน 11-90 ปี และต่ออายุได้ถึงอายุ 99 ปี
- ต้องมีประกันชีวิตเป็นสัญญาหลัก
- คุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง โรคทั่วไป โรคระบาด และอุบัติเหตุ
- ไม่คุ้มครองโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังที่เป็นมาก่อนทำประกัน
- เบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท
สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันสุขภาพและ/หรือโรคร้ายแรง สมัครและชำระเบี้ยประกันตามที่กำหนดแบบรายปีด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย พร้อมสมัครหักชำระเบี้ยประกันปีต่ออายุอัตโนมัติ ภายใน 30 วันหลังจากกรมธรรม์ได้รับอนุมัติ จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 600-10,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่วันนี้ – 28 ก.พ. 69
พิเศษ!! สำหรับผู้ที่ชำระเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่มเครื่องฟอกอากาศ Philips 1 เครื่อง ตั้งแต่วันนี้ – 28 ก.พ. 69
ฝุ่น PM 2.5 อาจมองไม่เห็น แต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการรักษา การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอย่าง D Health Plus ควบคู่กับการป้องกันเชิงรุก จะช่วยให้คุณและครอบครัวเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างมั่นใจ
อย่ารอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงเริ่มวางแผน เริ่มต้นปกป้องสุขภาพของคุณตั้งแต่วันนี้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.muangthai.co.th/th/health-insurance เมืองไทยประกันชีวิต