ตลาดกังวลอินเดียเกินไปไหม? แล้วจากนี้ลงทุนอย่างไรดี?

กดฟัง
หยุด
  • ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลง แต่ K WEALTH มองว่าตลาดรับความกังวลไปมากแล้ว และมีปัจจัยบวกรอหนุนตลาดในปี 2026
  • K WEALTH ยังคงมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย สำหรับผู้ที่ถือกองทุนหุ้นอินเดียสามารถถือลงทุนต่อได้

Market Update

ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลง แต่ K WEALTH มองว่าตลาดรับความกังวลไปมากแล้ว และยังคงมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ด้วยเหตุผล ดังนี้


  1. ความกังวลไวรัส Nipah

    จากข้อมูลการระบาดในครั้งนี้พบว่าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 ม.ค. 2569 จนถึงปัจจุบันวันที่ 28 ม.ค. 2569 ไม่พบการแพร่ระบาดเพิ่มเติม ประกอบกับข้อมูลในอดีตพบว่าเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดการแพร่ระบาดเป็นประจำ ทุกครั้งเกิดในวงจำกัด และไม่กระทบต่อเศรษฐกิจรวมถึงตลาดหุ้นอินเดีย ดังนั้น ปัจจัยนี้ K WEALTH จึงมองว่ามีผลกระทบจำกัดมาก


  2. นักลงทุนต่างชาติขายออก กังวล Geopolitics Risk

    การปรับตัวลงส่วนหนึ่งเป็นผลจากนักลงทุนต่างชาติขายออก ด้วยความกังวลด้านการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งความไม่แน่นอนด้านสงครามและการเจรจาการค้า แต่อินเดียไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง ส่วนการเจรจาการค้า อินเดียมีปัจจัยหนุนจากการบรรลุข้อตกลงกับยุโรป และมีข่าวว่ารัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ เผยว่า อาจพิจารณาลดภาษีการค้าให้อินเดียในเร็วๆนี้ ดังนั้น ประเด็นความกังวลนี้จึงมองว่ารับผลกระทบจำกัดและตลาดรับข่าวไปแล้ว หลังจากนี้มีโอกาสที่ทิศทางจะพัฒนาในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ


  3. ผลประกอบการและการปรับประมาณการจากนักวิเคราะห์

    ผลประกอบการไตรมาส 4 ของดัชนี BSE200 พบว่า รายได้สูงกว่าคาดและ EPS ต่ำกว่าคาด แต่ยังคงเหลืออีก 2 ใน 3 ที่ยังไม่ประกาศผลประกอบการ อีกทั้งกลุ่มที่คาดว่าจะส่งผลในเชิงบวกต่อดัชนีอย่าง Financial, Consumer Discretionary และ Consumer Staple ประกาศเพียงเล็กน้อย จึงยังต้องติดตามพัฒนาการต่อจากนี้


    ในระหว่างที่ผลประกอบการประกาศออกมา ประมาณการ EPS จากนักวิเคราะห์ปี 2026 ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาถูกปรับเพิ่มสวนทิศทางผลประกอบการ สะท้อนว่านักวิเคราะห์ยังมองบวกต่อผลประกอบการปี 2026 แรงกดดันที่ผ่านมากำลังคลี่คลายด้วยแรงหนุนจากการลดอัตราดอกเบี้ย และการลดภาษี GST ดังนั้น K WEALTH มองว่ามีโอกาสสูงที่ผลประกอบการจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2026


  4. นโยบายการเงินและการคลังยังหนุนต่อเนื่องมายังปี 2026

    ปีที่แล้วธนาคารกลางอินเดียปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาแล้ว 1.25% นับว่าสูงในกลุ่มประเทศชั้นนำของ Emerging Market ซึ่งผลเริ่มออกมาแล้วผ่านตัวเลข GDP ที่เติบโตต่อเนื่อง และสินเชื่อเติบโตจากประมาณ 10% เมื่อกลางปี 2025 มาที่ 12% เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์คาดว่าปี 2026 ยอดปล่อยสินเชื่อจะเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและกลุ่มการเงิน ส่วนนโยบายการลดภาษี GST คาดว่าจะเห็นผลอย่างชัดเจนในไตรมาส 4 ปี 2025 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปี 2026 ซึ่งสะท้อนผ่านกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวบ้างแล้วในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ดังนั้น ทาง K WEALTH จึงมองว่านโยบายการเงินและการคลังจะเป็นปัจจัยหนุนต่อในปี 2026 นี้


  5. Valuation ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับน่าสนใจ และ Downside จำกัด

    อัตราส่วน Forward P/E ของดัชนี BSE200 ปรับตัวลงมาใกล้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลกพบว่าเคลื่อนไหวต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สะท้อนว่า Valuation ปรับลงมาในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น Downside จำกัด



คำแนะนำการลงทุน

K WEALTH จึงยังคงมีมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อตลาดหุ้นอินเดีย โดยมีคำแนะนำต่อนักลงทุน ดังนี้

  1. นักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นอินเดียอยู่ สามารถถือลงทุนต่อได้ เนื่องจากผลกระทบในเชิงลบมีจำกัด และมีปัจจัยบวกรอหนุนตลาดในปี 2026 คาดว่าจะกลับมาส่งผลให้ตลาดหุ้นอินเดียฟื้นตัวได้ในช่วงหลังจากนี้
  2. หากตลาดหุ้นอินเดียฟื้นตัวแล้ว ปัจจัยเชิงบวกที่กล่าวมาส่งผลดีไปแล้ว ทาง K WEALTH จะพิจารณาทบทวนปัจจัยต่างๆ และพิจารณามุมมองการลงทุน และส่งสัญญาณอัปเดตคำแนะนำให้นักลงทุนทุกท่าน
  3. สำหรับนักลงทุนที่กำลังสนใจลงทุนกองทุนหุ้นอินเดีย

    หากรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำรอติดตามพัฒนาการของปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การฟื้นตัวของยอดสินเชื่อ ผลประกอบการไตรมาส 4 และทิศทางการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ


    สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ปัจจุบัน Valuation ปรับตัวลงมาใกล้เคียงค่าเฉลี่ย Downside risk จำกัด แนะนำทยอยสะสมได้ แต่อาจมีความผันผวนได้ในระยะสั้น



หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-INDIA: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-INDIA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-INDIA: T+4


คำเตือน

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top