GDP จีน ไตรมาส 4/25 แตะจุดต่ำสุดหลังเปิดประเทศ

กดฟัง
หยุด
  • แม้ GDP จีนไตรมาส 4/2025 โตเพียง 4.5% ชะลอตัวและแตะจุดต่ำสุดตั้งแต่เปิดประเทศ แต่เศรษฐกิจจีนปี 2025 ยังคงโตตามเป้า 5.0% ได้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการเติบโตยังไม่สมดุล โดยพึ่งพาการส่งออกและการผลิตเป็นหลัก ในขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัวรุนแรงถึง -17.2% และการบริโภคภายในประเทศยังซบเซา
  • แนวโน้มปี 2026 เน้นประคับประคองและลงทุนแบบ Selective คาดการณ์ GDP เติบโตที่ 4.5–5% โดยเน้นนโยบายสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ Selective ในกลุ่ม Consumer Discretionary และ IT ที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐ ผ่านกองทุน K-CHINA

Market Update

วันที่ 19 ม.ค. 2026 ที่ผ่านมา จีนประกาศตัวเลขในไตรมาส 4/2025 ขยายตัว 4.5% YoY ซึ่งเป็นอัตราที่ชะลอลงและต่ำสุดนับตั้งแต่หลังการเปิดประเทศ ขณะที่ทั้งปี 2025 เติบโต 5.0% ตามเป้าหมายของรัฐบาล อย่างไรก็ดี โครงสร้างการเติบโตยังไม่สมดุล โดยอุตสาหกรรมและการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังคงอ่อนแอ


3 ประเด็นสําคัญ
  • โครงสร้างการเติบโตยังพึ่งพาภายนอกสูง โดยภาคการส่งออกและการผลิตช่วยพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่ดีมานด์ในประเทศยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
  • การบริโภคยังเปราะบาง สะท้อนจากยอดค้าปลีกที่เติบโตเพียง 0.9% YoY ซึ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตลาดแรงงานที่ยังไม่แข็งแรง
  • การลงทุนหดตัวโดยมีอสังหาฯ เป็นตัวถ่วงหลัก เห็นได้จากการลงทุนรวมปี 2025 ที่ลดลง –3.8% และการลงทุนอสังหาฯ ที่ลดลงถึง –17.2% แม้ว่าจีนจะมีดุลการค้าเกินดุลสูง (~US$1.2 ล้านล้าน) ช่วยพยุงภาพรวมเศรษฐกิจ

Market Outlook

  • เศรษฐกิจมีแนวโน้ม ฟื้นตัวแบบไม่สมบูรณ์และไม่สมดุล โดยการผลิตและการส่งออกยังเป็นตัวพยุง ขณะที่บริโภคและอสังหาฯ ยังเป็นจุดอ่อน ทำให้ GDP ปี 2026 มีแนวโน้มอยู่ในช่วง ประมาณ 4.5–5%
  • นโยบายจะยัง เน้นประคับประคองมากกว่ากระตุ้นแรง ผ่านมาตรการหนุนการบริโภคและการสนับสนุนเทคโนโลยี/การผลิตขั้นสูง แต่รัฐบาลยังระมัดระวังความเสี่ยงหนี้ท้องถิ่น
  • มุมมองการลงทุนเป็นเชิง Selective โดยชอบ Consumer Discretionary, Communication Services และ Information Technology จากแรงหนุนมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัล และวัฏจักรการลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์

คำแนะนำการลงทุน

  • K WEALTH CIO ยังคงมุมมอง Slightly Positive ต่อการลงทุนหุ้นจีน และแนะนำลงทุนผ่าน K-CHINA เนื่องจากกองทุนมีน้ำหนักสูงใน 3 กลุ่ม (Consumer Discretionary, Communication Services, IT) ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นในระยะข้างหน้าและ มูลค่าหุ้นจีนยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
  • สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นจีน
    • หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยทำกำไรและกระจายความเสี่ยง ไปยังกองทุนอื่น เช่น K-INDIA หรือ K-ATECH
    • หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ หรือกระจายไปยัง K-ATECH เพื่อเพิ่มธีมเทค/AI
  • สำหรับนักลงทุนทั่วไป และผู้ที่ไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นจีน
    • สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นจีน สามารถเริ่มต้นลงทุนหุ้นจีนผ่านกองทุน K-CHINA ได้

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-INDIA-A(D), K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-INDIA-A(D), K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D): ป้องกันความเสี่ยง ไม่น้อยกว่ากว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-INDIA-A(D), K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-ATECH: T+4

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top